<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>suppapong</title>
	<atom:link href="http://suppapong.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://suppapong.wordpress.com</link>
	<description>talk</description>
	<lastBuildDate>Tue, 26 Oct 2010 16:48:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='suppapong.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>suppapong</title>
		<link>http://suppapong.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://suppapong.wordpress.com/osd.xml" title="suppapong" />
	<atom:link rel='hub' href='http://suppapong.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>มหาเศรษฐี</title>
		<link>http://suppapong.wordpress.com/2010/10/26/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://suppapong.wordpress.com/2010/10/26/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Oct 2010 16:48:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tumtump</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suppapong.wordpress.com/?p=296</guid>
		<description><![CDATA[31 ช่วงนี้งานค่อนข้างยุ่งเหยิงจนไม่ได้แวะเวียนไปดินแดนมหัศจรรย์เพื่อเก็บข้อมูลมารายงานสถานการณ์ ในช่วงที่หลายๆพื้นที่เจอวิกฤติน้ำหลากและน้ำท่วม ผมไปเดินเตร็ดเตร่ตามศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง โอ&#8230;แม่เจ้า &#8230;&#8230;เพื่อนตุ้ม เพื่อนตุ้มไปนั่งทำอะไรกะเขาบนเวทีนั้น&#8230;..เวทีงานเปิดตัวสินค้าอะไรสักอย่างที่มีคนดังและเศรษฐีอีกสามสี่คนนั่งร่วมอยู่ด้วย จะว่าตุ้มแอบรับงานไปเป็นพิธีกรก็ไม่น่าจะใช่ เพราะดูจากสภาพเสื้อยืดเยินๆ ที่ถูกซ่อนไว้ใต้สูทราคาถูกๆสีดำสนิท และลายถุงเท้าสีแดงลายเจ็บๆที่แพรมออกมาจากรองเท้าหนังสีน้ำตาลกลางเก่ากลางใหม่ ช่างดูไม่เข้าพวกกันเลยกับคนอื่นๆที่นั่งอยู่บนเวที ฝูงชนร่วมร้อยที่นั่งจิบไวน์ รอฟังกิจกรรมบนเวที มองปราดเดียวก็พอจะรู้ได้ทันทีว่าล้วนแต่เป็นคนมีสะตุ้งสตางค์มากพอที่จะใช้ไปกับการแต่งตัวเพื่อมารวมกิจกรรมในครั้งนี้ ตากล้องและสื่อมวลชนจากหลายสิบค่าย ต่างเบนความสนใจไปบนเวที ลั่นชัตเตอร์สาดไฟแฟลชจนดูระยิบระยับดั่งคล้ายแสงประกายเพชรที่เจิดจรัส ราวกับว่าผู้คนที่อยู่บนเวทีเหล่านั้นล้วนเป็นเหล่าดวงดาราบนท้องฟ้าในคืนเดือนแรมก็มิปาน “คนอื่นคงจะเป็นดาวไปไม่ได้ หากค่ำคืนนี้ไม่ได้เพื่อนตุ้มนั่งเป็นจันทร์แรมให้อยู่ข้างๆ หึๆๆๆ” ผมคิดดังๆในใจ ไหนๆก็บังเอิญมาเจอแล้ว ลองสังเกตการณ์ดูสักนิดจะเป็นไรไป ผมนั่งฟังคนเก่งๆและคนที่ร่ำรวยเล่าถึงเรื่องอะไรต่อมิอะไรมากมายที่ผมไม่ค่อยเข้าใจ ฟังๆไปก็สนุกและประเทืองปัญญาดี โครงการธุรกิจร้อยล้ายพันล้าน โครงการกรีนแฟคตอรี่ อะไรประมาณนั้น เรื่องส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ทำคนสนใจได้เสมอ ยิ่งในยุคสมัยที่ใครๆต่างบูชาคนมีเงิน ว่าเก่ง ถูกต้อง ชอบธรรม และยิ่งถ้ามีใจรักษ์โลกเสียหน่อย จะยิ่งน่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ฟังไปก็อดคิดในใจไม่ได้ว่าคิวต่อคงเป็นคราวของเพื่อนตุ้ม ที่จะต้องออกมาหักมุม พูดถึงความจนของตัวเอง ความจน&#8230;.ที่ไม่น่าเอาเยี่ยงอย่าง ในสังคมสมัยนี้ ผมฟันธง ตุ้มเพื่อนรักต้องทำงานในค่ำคืนนี้วงแตกกระจาย เพราะตุ้มไม่เคยโกหก&#8230;. ยิ่งเฉพาะต่อหน้าธารกำนัล เสียงพิธีกรแว่วมาว่า “ถึงท่านสุดท้ายแล้วนะครับสำหรับค่ำคืนนี้” ว่าไปแล้วก็เหลือมองโพยในมืออย่างชำนิชำนาญตามสไตล์พิธีกรมืออาชีพ “คุณตุ้ม แห่งบริษัทวันเดอร์แลนด์แฟคตอรี่” เสียงปรบมือดังขึ้นประปราย ผมแอบนึกเอาใจช่วยเพื่อนตุ้มว่าคงเป็นเพราะอาการมึนไวน์ของแขกเหรื่อที่เริ่มได้ที่ จนพาลทำให้มือไม้หนัก ยกขึ้นปรบมือต้อนรับเพื่อนผมไม่ไหว [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=296&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>31  </p>
<p>ช่วงนี้งานค่อนข้างยุ่งเหยิงจนไม่ได้แวะเวียนไปดินแดนมหัศจรรย์เพื่อเก็บข้อมูลมารายงานสถานการณ์ ในช่วงที่หลายๆพื้นที่เจอวิกฤติน้ำหลากและน้ำท่วม  ผมไปเดินเตร็ดเตร่ตามศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง  โอ&#8230;แม่เจ้า &#8230;&#8230;เพื่อนตุ้ม </p>
<p>เพื่อนตุ้มไปนั่งทำอะไรกะเขาบนเวทีนั้น&#8230;..เวทีงานเปิดตัวสินค้าอะไรสักอย่างที่มีคนดังและเศรษฐีอีกสามสี่คนนั่งร่วมอยู่ด้วย  จะว่าตุ้มแอบรับงานไปเป็นพิธีกรก็ไม่น่าจะใช่  เพราะดูจากสภาพเสื้อยืดเยินๆ ที่ถูกซ่อนไว้ใต้สูทราคาถูกๆสีดำสนิท  และลายถุงเท้าสีแดงลายเจ็บๆที่แพรมออกมาจากรองเท้าหนังสีน้ำตาลกลางเก่ากลางใหม่  ช่างดูไม่เข้าพวกกันเลยกับคนอื่นๆที่นั่งอยู่บนเวที</p>
<p>ฝูงชนร่วมร้อยที่นั่งจิบไวน์ รอฟังกิจกรรมบนเวที  มองปราดเดียวก็พอจะรู้ได้ทันทีว่าล้วนแต่เป็นคนมีสะตุ้งสตางค์มากพอที่จะใช้ไปกับการแต่งตัวเพื่อมารวมกิจกรรมในครั้งนี้   ตากล้องและสื่อมวลชนจากหลายสิบค่าย ต่างเบนความสนใจไปบนเวที  ลั่นชัตเตอร์สาดไฟแฟลชจนดูระยิบระยับดั่งคล้ายแสงประกายเพชรที่เจิดจรัส  ราวกับว่าผู้คนที่อยู่บนเวทีเหล่านั้นล้วนเป็นเหล่าดวงดาราบนท้องฟ้าในคืนเดือนแรมก็มิปาน</p>
<p>“คนอื่นคงจะเป็นดาวไปไม่ได้ หากค่ำคืนนี้ไม่ได้เพื่อนตุ้มนั่งเป็นจันทร์แรมให้อยู่ข้างๆ  หึๆๆๆ”    ผมคิดดังๆในใจ   ไหนๆก็บังเอิญมาเจอแล้ว  ลองสังเกตการณ์ดูสักนิดจะเป็นไรไป</p>
<p>ผมนั่งฟังคนเก่งๆและคนที่ร่ำรวยเล่าถึงเรื่องอะไรต่อมิอะไรมากมายที่ผมไม่ค่อยเข้าใจ ฟังๆไปก็สนุกและประเทืองปัญญาดี  โครงการธุรกิจร้อยล้ายพันล้าน โครงการกรีนแฟคตอรี่ อะไรประมาณนั้น เรื่องส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ทำคนสนใจได้เสมอ  ยิ่งในยุคสมัยที่ใครๆต่างบูชาคนมีเงิน ว่าเก่ง ถูกต้อง  ชอบธรรม  และยิ่งถ้ามีใจรักษ์โลกเสียหน่อย จะยิ่งน่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง  ฟังไปก็อดคิดในใจไม่ได้ว่าคิวต่อคงเป็นคราวของเพื่อนตุ้ม ที่จะต้องออกมาหักมุม  พูดถึงความจนของตัวเอง  ความจน&#8230;.ที่ไม่น่าเอาเยี่ยงอย่าง ในสังคมสมัยนี้</p>
<p>ผมฟันธง  ตุ้มเพื่อนรักต้องทำงานในค่ำคืนนี้วงแตกกระจาย  เพราะตุ้มไม่เคยโกหก&#8230;. ยิ่งเฉพาะต่อหน้าธารกำนัล</p>
<p>เสียงพิธีกรแว่วมาว่า “ถึงท่านสุดท้ายแล้วนะครับสำหรับค่ำคืนนี้”  ว่าไปแล้วก็เหลือมองโพยในมืออย่างชำนิชำนาญตามสไตล์พิธีกรมืออาชีพ “คุณตุ้ม แห่งบริษัทวันเดอร์แลนด์แฟคตอรี่”  </p>
<p>เสียงปรบมือดังขึ้นประปราย  ผมแอบนึกเอาใจช่วยเพื่อนตุ้มว่าคงเป็นเพราะอาการมึนไวน์ของแขกเหรื่อที่เริ่มได้ที่ จนพาลทำให้มือไม้หนัก ยกขึ้นปรบมือต้อนรับเพื่อนผมไม่ไหว หวังว่าคงไม่ใช่การจับสัญญาณหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าได้นะ</p>
<p>“ทราบมาว่าปัจจุบันคุณตุ้มประกาศพักงานนักประดิษฐ์คิดค้นที่กำลังมือขึ้น อำลาวงการสิบปี ไม่ทราบว่าคุณตุ้มกำลังแอบซุ่มทำอะไรอยู่ครับ” </p>
<p>“เอ่อ&#8230;จริงๆไม่ได้ซุ่มครับ เรียกว่าทำอย่างโจ่งแจ้ง  แต่มันเป็นงานที่หนักและต้องออกนอกพื้นที่บ่อยก็เท่านั้นเอง”</p>
<p>“หนักกว่างานถนัดที่คุณตุ้มเคยทำอยู่เลยหรือครับ”</p>
<p>“ครับ  คุณลองถามท่านอื่นๆบนเวทีนี้ดูเลยก็ได้ ว่าการต้องดูแลชีวิตพนักงานร่วมสามพันชีวิตเนี่ย  มันต้องใช้ความรับผิดชอบขนาดไหน”</p>
<p>นั่นไง&#8230;.เพื่อนตุ้มออกลายมาแล้ว</p>
<p>“หา&#8230;.สามพันชีวิต   เอ่อ&#8230;ไม่ทราบว่าต้องมีโรงงานขนานเท่าไหร่ครับนี่ ที่บรรจุพนักงานเข้าไปขนาดนั้นได้”</p>
<p>“คร่าวๆก็น่าจะประมาณ สักสองสนามฟุตบอลน่ะครับ เวลาผมออกตรวจงานแต่ละครั้งเนี่ย เหนื่อยพอได้เหงื่อเชียวล่ะครับ”</p>
<p>“เก่งจริงๆเลยนะครับ ไม่ทราบว่าคุณตุ้มมีเทคนิคการบริหารจัดการอย่างไร  พอจะแบ่งปันกันในค่ำคืนนี้ได้บ้างครับ”</p>
<p>“เอ่อ&#8230;.จะว่าไปแล้ว ต้องเรียกว่าผมโชคดีมากว่าครับที่ได้พนักงานดีๆ มาร่วมทีม พนักงานของผมเนี่ยทำงานกันตลอดยี่สิบสี่ชั่งโมงในเจ็ดวัน เรียกว่าสามร้อยหกสิบห้าวันต่อปี  ผมแบ่งพนักงานออกเป็นหลายกลุ่มครับ มีทั้งประเภทเน้นเนื้องานผลิตเร็วมากสำหรับกลุ่มสินค้าคุณภาพปานกลาง  บางกลุ่มเน้นงานผลิตช้าและช้ามากสำรับงานที่ต้องการคุณภาพสูง บางกลุ่มเน้นผลงานทางด้านเวชภัณฑ์ และโภชนาการ และที่หลักๆธุรกิจผมเน้นเรื่อง ซีเอสอาร์ และ สิ่งแวดล้อมครับ  เชื่อไหมธุรกิจผมใช้พลังงานน้ำและแสงอาทิตย์เป็นเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ผมใช้พลังงานน้ำมันและไฟฟ้าแค่เปอร์เซ็นต์เดียวเอง”</p>
<p>“โอ้&#8230;ทำครอบคลุมหลายธุรกิจเลย มหัศจรรย์จริงๆครับ  น่าจะเป็นคู่แข่งรายสำคัญของซีพีและเครือสหพัฒน์ฯเลยนะครับเนี่ย ในประเทศเรานี่หาได้น้อยมากครับกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานสะอาดขนาดนี้  เอ&#8230;แต่ให้พนักงานทำงานไม่มีวันหยุดแบบนี้ไม่กลัวโดนฟ้องเอาหรือครับ”</p>
<p>“อย่างที่บอกไปล่ะครับว่าผมโชคดี  เราไม่เคยมีแม้กระทั่งปัญหาทะเลาะเบาะแว้งของพนักงาน ทั้งๆที่พนักงานของเรามาจากทุกสารทิศของประเทศไทย  บ้างก็มาจากประเทศเพื่อนบ้าน แม้ต่างชาติต่างภาษาเราก็อยู่ร่วมกันได้  ก็มีบ้างครับที่อำลาเราไปเพราะความไม่คุ้นเคยต่อสถานที่และสิ่งแวดล้อมในที่ทำงาน แต่เราก็มักจะได้รายใหม่เข้ามาทำงานแทนในตำแหน่งเดิมอย่างรวดเร็ว  นี่ผมก็วางแผนว่าปีหน้าจะรับพนักงานเพิ่มอีกสักพันห้าร้อยน่ะครับ เพื่อรองรับอีกสามเฟสในสองจังหวัดใหม่ที่ได้เริ่มไปบ้างแล้ว แต่ขอเวลาเตรียมพื้นที่ไลน์ผลิตให้พนักงานสักระยะก่อน  คิดว่าคงเป็นช่วงต้นๆปีหน้าครับ ”</p>
<p>“สุดยอดจริงๆครับ ผมถือว่านี่น่าจะเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วธุรกิจหนึ่งในค่ำคืนนี้เลยทีเดียว&#8230;..พอจะแย้มตัวเลขได้ไหมครับว่าแต่ละธุรกิจของคุณตุ้มทำเงินได้ประมาณเท่าไหร่&#8230;เอาเป็นว่าเป็นเลขกี่หลักก็ได้ครับ”</p>
<p>“ผมขอบอกตามตรงนะครับว่าแม้ธุรกิจผมจะดูมีขนาดใหญ่ มีพนักงานเยอะ  แต่จริงๆเราก็ไม่ได้ทำเงินทำกำไรอะไรมากมายหรอกครับ”</p>
<p>“แหม&#8230;.คนรวยๆก็ชอบพูดอย่างนี้กันทั้งนั้นแหละครับ  เอาเป็นว่าผมจะไม่แพร่งพรายให้สรรพากรรู้หรอกครับ  ไว้ใจได้”  </p>
<p>“ขอตอบแบบประมาณๆไม่เป็นตัวเงินนะครับ  ผมว่าน่าจะสักสองร้อยสิบเก้าเท่าต่อหน่วยลงทุนต่อปีและเพิ่มอนุกรมทุกปีเท่านั้นเองครับ”</p>
<p>“พระเจ้า&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;”</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</p>
<p>บทสนทนาดำเนินต่อไปสักระยะ  ผู้คนบนเวทีและที่รายล้อมเวทีแห่งนั้นจับจ้องมองในอิริยาบถของเพื่อนตุ้มทุกชั่วขณะ หลายคนสร่างเมากับตัวเลขผลประกอบการและเชื่อว่าอีกหลายคนคงนึกในใจ  ผู้ชายบนเวทีคนนั้นเป็นใคร(หรือเป็นลูกใคร)  เขาทำอะไร   เขาพูดจริงหรือไม่ เขาอาจจะเป็นได้แค่เจ้าชายกำมะลอ  หรือไอ้คนขี้ปดมดเท็จ  ผมเชื่อว่าด้วยลีลาท่าทางไม่ยี่หระต่อสิ่งใดๆของเขา และคำพูดที่ออกจากปากแต่ละคำมันช่างดูหนักแน่น นวลเนียนราวกับว่า  สิ่งต่างๆที่เล่าสู่กันฟังในค่ำคืนนี้ เป็นแค่เรื่องน้อยนิดมหาศาล ที่จะทำก็ได้  หรือไม่ทำก็ได้  และคงพอที่จะทำให้ผู้ฟังสับสนและจับต้นชนปลายไม่ถูกถึงที่มาของชายคนนี้</p>
<p>หึๆๆๆ  “วันเดอร์แลนด์แฟคตอรี่”</p>
<p>เพื่อนตุ้มไม่ได้โกหกแม้แต่คำเดียว&#8230;..แค่พูดในสิ่งที่คนฟังอยากได้ยินก็เท่านั้นเอง</p>
<p>นิยามของความสำเร็จ และความภาคภูมิในชีวิตของใครหลายๆคน ที่ได้มาจากเหยียบย่ำและกดขี่ที่เริ่มต้นจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันและจบลงด้วยหายนะของสิ่งมีชีวิตอื่นๆอีกมากมายเกินกว่าจินตนาการอันต่ำต้อยของมนุษย์จะตระหนักถึงได้  คงไม่เป็นเรื่องแปลก (แต่ถ้าไม่ทำสิจะแปลก)ของคนในยุคสมัยนี้  ยุคที่ธุรกิจเขาพูดกันแค่เรื่องขาดทุนกับกำไร แต่ถ้าจะมีการพูดถึงการ “ขาดทุนคือกำไร”ก็คงจะมีแค่พ่อหลวงไทยพระองค์เดียว  คนเราแลกทุกสิ่งที่ไม่ได้เป็นของตัวเพื่อเงินเพียงอย่างเดียว  แล้วก็เอาเงินนั้นไปตามล่าหาซื้อสิ่งที่ทำลายลงไปกลับคืนมาได้เพียงนิดเดียว</p>
<p>ซีเอสอาร์ก็ดี  คาบอนด์เครดิตก็ดี ใยมิใช่ผลสะท้อนของสิ่งดังกล่าวว่าได้อย่างหดหู่และน่าสมเพช  ข้ออ้างทางศีลธรรมจรรยาและสิ่งแวดล้อมกลายมาเป็นบริบทใหม่ที่ถูกใครหลายคนยกยืมเอามาใช้ในการถลุงใช้ทรัพยากร เพื่อประโยชน์ส่วนตนที่มากเท่าพันทวีกว่านั้นอย่างมีระบบ ระเบียบ และแยบยล</p>
<p>คำว่า “เพื่อมนุษยชาติหรือเพื่อโลก”  หากจะทำให้เกิดผลจริงๆต้องทำโดยคน โดยจิตสำนึกที่แท้  และที่แน่ๆ&#8230;.ใครๆก็ทำได้  </p>
<p>ตุ้มลงจากเวทีแวะทักทายคนรู้จักสองสามรายก่อนจะมาทักทายผม</p>
<p>“ไม่บอกเขาไปล่ะว่าวันเดอร์แลนด์คืออะไร”  ผมทักตุ้มด้วยประโยคคำถาม(อีกแล้ว)</p>
<p>“หึๆๆๆๆ  ถ้าป่านนี้ยังไม่รู้กันอีก ก็หมดทางเยียวยากันแล้วล่ะ&#8230;&#8230;ไปๆไปหายาคูลท์กินกันดีกว่า”</p>
<p>“ไม่เอาไวน์ซักแก้วเหรอ  ของฟรีนะ”</p>
<p>“ไม่เอา&#8230;ไม่มีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลัส”</p>
<p>&#8220;เรื่องมากจริง พ่อมหาเศรษฐี&#8221;</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suppapong.wordpress.com/296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suppapong.wordpress.com/296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suppapong.wordpress.com/296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suppapong.wordpress.com/296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suppapong.wordpress.com/296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suppapong.wordpress.com/296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suppapong.wordpress.com/296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suppapong.wordpress.com/296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suppapong.wordpress.com/296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suppapong.wordpress.com/296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suppapong.wordpress.com/296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suppapong.wordpress.com/296/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suppapong.wordpress.com/296/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suppapong.wordpress.com/296/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=296&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suppapong.wordpress.com/2010/10/26/%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">tumtump</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เข้าสู่วงการไผ่</title>
		<link>http://suppapong.wordpress.com/2010/10/13/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9c%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://suppapong.wordpress.com/2010/10/13/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9c%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Oct 2010 17:35:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tumtump</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suppapong.wordpress.com/?p=290</guid>
		<description><![CDATA[30 ผมไม่มีความรู้มากนักเกี่ยวกับไผ่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไผ่เป็นพืชตระกูลหญ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไม่รู้ว่าไผ่ตอนได้ ไม่รู้ว่าเมื่อออกดอกออกเมล็ดแล้วจะตาย ไม่รู้ว่าไผ่สามารถตายตามต้นแม่ได้แม้จะถูกแยกไปปลูกกันคนละที่คนละทิศ ไม่รู้ว่าไผ่กินดิบแล้วขม ต่อให้ชื่อมีส่วนผสมของคำว่าหวาน ไม่รู้ว่าไผ่บงหวานกินดิบไม่ขมแต่ถ้าต้มแล้วจะหวานเจี๊ยบ โง่ที่สุดคือไม่รู้ว่าถ้าอยากกินหน่อไม้ป่าต้องออกไปหาหน้าฝน แล้วไอ้ที่(คิดว่า)รู้ล่ะ&#8230;.. (ลองฟังดูครับแล้วจะเชื่อคำที่เขาว่า&#8221;ระยะห่างระหว่างคนฉลาดอัจฉริยะกับคนโง่จนควายงง เมื่อเทียบกับความรู้ที่มีอยู่ตามธรรมชาติแล้ว มันใกล้กันนิดเดียว จนแทบจะเรียกว่าไม่ห่างกันเลย&#8221;) ผมรู้ว่าไผ่มีสองประเภท คือไผ่มีหนาม กับไผ่ไม่มีหนาม รู้ว่าไผ่รวกจะโตไปเป็นไผ่ตงลำใหญ่ๆในที่สุด (เหมือนที่ใครหลายคนคิดว่าปลาทูบ้านเราเมื่อว่ายไปถึงญี่ปุ่นตัวจะใหญ่และกลายเป็นปลาทูน่าในที่สุด) รู้ว่าจะปลูกไผ่ ต้องเอาหน่ออ่อนที่จะเอาไปแกง ไปฝังดิน รู้ว่าไผ่สีทองเป็นไผ่มาจากเมืองนอกเหมือนฝรั่งผมทอง และไผ่น้ำเต้า ต้องมาจากอินเดียแน่ๆเลย ฯลฯ&#8230;. พระเจ้า&#8230;ยังโง่ได้อีก &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230; การไม่มีไม้ปักหลักเพื่อปลูกกล้า เป็นจุดเริ่มที่ทำให้ผมสนใจจะปลูกไผ่ เพราะคิดเองว่า เป็นของที่ไม่ควรต้องเสียเงินซื้อ และดูแล้ว ผมคงต้องใช้ในจำนวนมากพอสมควรไปอีกสิบปี การปลูกและขยายพันธุ์ไปพร้อมๆกับขยายพื้นที่ป่า น่าจะเป็นทางออกที่เนียนที่สุด สองตัวแรกที่ปลูกในดินแดนมหัศจรรย์คือไผ่เลี้ยง และไผ่รวก ซึ่งผมได้ลุงคนหนึ่งชื่อลุง &#8220;ปิแอร์&#8221; หรือ &#8220;สิแอ&#8221; เป็นคนสอนให้ขุด เมื่อครั้งไปเที่ยวกาฬสินธุ์ ยอมรับว่ายากและเหนื่อยอย่างยิ่ง &#8220;อ้าวไม่ใช่ตัดเอาหน่อไปปลูกได้หรือลุง เหมือนปลูกหัวขมิ้นไง?&#8221; ลุงขำกลิ้ง พร้อมหยิบเสียมเล็กๆบางๆพาผมไปขุดเหง้าไผ่เลี้ยง&#8230;.เสียมมีไว้แซะดิน แต้ตอนแยกเหง้านี่ เอามีอีโต้ฟันเอาครับ ผมมาได้ความรู้เรื่องไผ่อย่างจริงๆจังๆ ก็เมื่อมาเจอเว็บเกษตรพอเพียงนี่แหละครับ ที่จริงต้องเรียกว่า [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=290&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>30  </p>
<p>ผมไม่มีความรู้มากนักเกี่ยวกับไผ่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไผ่เป็นพืชตระกูลหญ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไม่รู้ว่าไผ่ตอนได้ ไม่รู้ว่าเมื่อออกดอกออกเมล็ดแล้วจะตาย  ไม่รู้ว่าไผ่สามารถตายตามต้นแม่ได้แม้จะถูกแยกไปปลูกกันคนละที่คนละทิศ   ไม่รู้ว่าไผ่กินดิบแล้วขม ต่อให้ชื่อมีส่วนผสมของคำว่าหวาน  ไม่รู้ว่าไผ่บงหวานกินดิบไม่ขมแต่ถ้าต้มแล้วจะหวานเจี๊ยบ โง่ที่สุดคือไม่รู้ว่าถ้าอยากกินหน่อไม้ป่าต้องออกไปหาหน้าฝน  </p>
<p>แล้วไอ้ที่(คิดว่า)รู้ล่ะ&#8230;..</p>
<p>(ลองฟังดูครับแล้วจะเชื่อคำที่เขาว่า&#8221;ระยะห่างระหว่างคนฉลาดอัจฉริยะกับคนโง่จนควายงง เมื่อเทียบกับความรู้ที่มีอยู่ตามธรรมชาติแล้ว มันใกล้กันนิดเดียว จนแทบจะเรียกว่าไม่ห่างกันเลย&#8221;)</p>
<p>ผมรู้ว่าไผ่มีสองประเภท คือไผ่มีหนาม   กับไผ่ไม่มีหนาม</p>
<p>รู้ว่าไผ่รวกจะโตไปเป็นไผ่ตงลำใหญ่ๆในที่สุด (เหมือนที่ใครหลายคนคิดว่าปลาทูบ้านเราเมื่อว่ายไปถึงญี่ปุ่นตัวจะใหญ่และกลายเป็นปลาทูน่าในที่สุด)</p>
<p>รู้ว่าจะปลูกไผ่ ต้องเอาหน่ออ่อนที่จะเอาไปแกง ไปฝังดิน</p>
<p>รู้ว่าไผ่สีทองเป็นไผ่มาจากเมืองนอกเหมือนฝรั่งผมทอง</p>
<p>และไผ่น้ำเต้า ต้องมาจากอินเดียแน่ๆเลย </p>
<p>ฯลฯ&#8230;. พระเจ้า&#8230;ยังโง่ได้อีก</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>การไม่มีไม้ปักหลักเพื่อปลูกกล้า เป็นจุดเริ่มที่ทำให้ผมสนใจจะปลูกไผ่  เพราะคิดเองว่า เป็นของที่ไม่ควรต้องเสียเงินซื้อ และดูแล้ว  ผมคงต้องใช้ในจำนวนมากพอสมควรไปอีกสิบปี   การปลูกและขยายพันธุ์ไปพร้อมๆกับขยายพื้นที่ป่า น่าจะเป็นทางออกที่เนียนที่สุด</p>
<p>สองตัวแรกที่ปลูกในดินแดนมหัศจรรย์คือไผ่เลี้ยง  และไผ่รวก  ซึ่งผมได้ลุงคนหนึ่งชื่อลุง &#8220;ปิแอร์&#8221;  หรือ &#8220;สิแอ&#8221; เป็นคนสอนให้ขุด เมื่อครั้งไปเที่ยวกาฬสินธุ์</p>
<p>ยอมรับว่ายากและเหนื่อยอย่างยิ่ง </p>
<p>&#8220;อ้าวไม่ใช่ตัดเอาหน่อไปปลูกได้หรือลุง  เหมือนปลูกหัวขมิ้นไง?&#8221;</p>
<p>ลุงขำกลิ้ง พร้อมหยิบเสียมเล็กๆบางๆพาผมไปขุดเหง้าไผ่เลี้ยง&#8230;.เสียมมีไว้แซะดิน แต้ตอนแยกเหง้านี่  เอามีอีโต้ฟันเอาครับ</p>
<p>ผมมาได้ความรู้เรื่องไผ่อย่างจริงๆจังๆ ก็เมื่อมาเจอเว็บเกษตรพอเพียงนี่แหละครับ  ที่จริงต้องเรียกว่า ไล่ล่าหาข้อมูลเรื่องไผ่จนมาเจอเว็บนี้จะถูกกว่า  และที่นี่ก็มีข้อมูลมหาศาล ชัดเจน แจ่มแจ้ง จนเอาไปลองทำเองได้</p>
<p>แต่ก็ไม่วายโง่ซ้ำ ไปลองตอนกิ่งไผ่รวกและไผ่บงหวาน  ทั้งๆที่ยังอ่านได้ไม่จบว่าเขาไม่ตอนกัน  ท้ายที่สุดสามเดือนผ่านไปไม่มีอะไรเกิดขึ้น  กลับไปขุดเหง้าเหมือนเดิมดีกว่า&#8230;.ชัวร์</p>
<p>เมื่อได้สติ  ผมก็เริ่มกลับมานั่งหาข้อมูลให้ลึกขึ้น ให้เวลากับการหาความรู้จนแฟนเหน็บเอาว่า จะทำด็อกเตอร์ทางการเกษตรไปเลยดีไหม อ่านได้ทุกวี่ทุกวัน </p>
<p>งานขุดแยกเหง้าไผ่เป็นเรื่องที่เหนื่อยมาก ยิ่งถ้าไม่มีเครื่องมือที่ถูกต้องด้วยแล้ว เวลาเจอไผ่กอใหญ่ๆที่ไม่มีใครเคยไปตัดสางแล้วล่ะก็ ต้องเรียกว่า  ไม่รู้จะเริ่มที่เหง้าไหนกันเลย </p>
<p>ความสุขของผมอย่างนึงในการขยายพันธุ์ไผ่ ก็คือ การตัดแต่งอย่างประณีตก่อนเอาไปชำหรือเอาเหง้าเปลือยไปปลูก  ต้องค่อยๆนับปล้อง  และกะความยาวให้เท่าๆกัน  เวลาปลูกออกมาแล้วจะได้ดูเป็นระเบียบสวยงาม  รู้ได้ทันทีว่าเป็นรุ่นปลูกรุ่นไหน (เพราะผมไม่เคยตัดเท่ากันสักที)  ทีสำคัญที่สุด  ต้องเลื่อยปลายอกเนี้ยบๆครับ ไม่มีการเอามีฟันตัดให้ดูเว้าๆแหว่งๆ  หรือแหลมคม</p>
<p>ผมกำลังซ้อมขยายพันธุ์ไผ่ให้ชินมือ เพื่อที่ปีหน้า จะได้เอาไปใช้ขยายพันธุ์ไผ่นับสิบชนิดที่ไปหาซื้อมาจากหลายแห่งหลายที่  อย่างละต้นสองต้นเป็นแม้พันธุ์  ซึ่งแต่ละพันธุ์ที่ผมเลือกซื้อ ต้องตอบโจทย์ในการนำไปใช้งานในมิติที่ต่างกันออกไป เช่น เป็นอาหาร(ซึ่งได้เกือบทุกสายพันธุ์) ทำที่อยู่อาศัย ทำเครื่องไม้เครื่องมือ หรือเป็นการปลูกเพื่อให้ร่มเงา</p>
<p>หวังไว้ไกลๆอีกเรื่องคือการสะสมพันธุกรรมพืช  ให้มีหลากหลาย เพื่อประกันความเสี่ยงที่ว่า &#8220;ไม่มีอะไรแน่นอนไปตลอดกาลหรอก&#8221; ทุกอย่างมีขึ้นมีลง  ผมมีน้อยหน่อย แต่ก็มีหลากหลาย  มีกินมีใช้ไร้ปมด้อย  สบายกายแถมยังสุขใจ</p>
<p>ปีหน้าผมคงมีเรื่องไผ่มาคุยกะใครเขาบ้างแล้วล่ะครับ</p>
<p><img src="http://img818.imageshack.us/img818/2383/dsc01456r.jpg" alt="" /><br />
เหง้าไผ่เลี้ยง  ที่ไปขุดมาจากกอที่อายุหนึ่งปีครับ  พอจะขุดได้ง่ายหน่อย</p>
<p><img src="http://img405.imageshack.us/img405/356/dsc01457b.jpg" alt="" /><br />
สภาพราก และเหง้าที่ฉีก แหว่งโดยฝีมือของมือสมัครเล่นครับ</p>
<p><img src="http://img198.imageshack.us/img198/5875/dsc01461o.jpg" alt="" /><br />
กระบวนการที่แฟนผมเรียกโรคจิต  บ้าเนี้ยบเกินเหตุ  แต่ผมเนี่ยชอบสุดๆ  มันดูเรียบร้อยดีครับ  เวลาปลูกคนเขาเห็นแล้วจะรู้เลยว่านี่คือกิ่งพันธุ์ ไม่ใช่กิ่งไผ่</p>
<p><img src="http://img838.imageshack.us/img838/8704/dsc01464oz.jpg" alt="" /><br />
แล้วก็จะออกมาเท่าๆกันแบบนี้ ดูดีทีเดียว</p>
<p><img src="http://img819.imageshack.us/img819/1189/dsc01465c.jpg" alt="" /><br />
ดูชัดๆก่อนเอาลงถุงชำรับ  สวยเรียบเนี้ยบ  ปลอดภัย ไม่แทงพุงและบาดมือ</p>
<p><img src="http://img824.imageshack.us/img824/1262/dsc01466b.jpg" alt="" /><br />
อุปกรณ์ที่ประยุกต์ใช้ให้เหมาะมือครับยี่ห้อ  &#8220;อีโต้แอนด์อีเตอร์&#8221; นี่แหละ เจียให้คมๆหน่อยเหวี่ยงทีได้เรื่องครับ ประหยัดแรง ส่วนข้อเสียคือเอาแทรกเข้ากอในๆยากหน่อยครับ  ผมเลยขุดเลาะเอาตรงขอบรอบๆนอก</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suppapong.wordpress.com/290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suppapong.wordpress.com/290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suppapong.wordpress.com/290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suppapong.wordpress.com/290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suppapong.wordpress.com/290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suppapong.wordpress.com/290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suppapong.wordpress.com/290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suppapong.wordpress.com/290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suppapong.wordpress.com/290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suppapong.wordpress.com/290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suppapong.wordpress.com/290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suppapong.wordpress.com/290/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suppapong.wordpress.com/290/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suppapong.wordpress.com/290/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=290&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suppapong.wordpress.com/2010/10/13/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9c%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">tumtump</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://img818.imageshack.us/img818/2383/dsc01456r.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://img405.imageshack.us/img405/356/dsc01457b.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://img198.imageshack.us/img198/5875/dsc01461o.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://img838.imageshack.us/img838/8704/dsc01464oz.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://img819.imageshack.us/img819/1189/dsc01465c.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://img824.imageshack.us/img824/1262/dsc01466b.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>ป่ากลางกรุง</title>
		<link>http://suppapong.wordpress.com/2010/10/03/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://suppapong.wordpress.com/2010/10/03/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 03 Oct 2010 12:56:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tumtump</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suppapong.wordpress.com/?p=284</guid>
		<description><![CDATA[29 การะบวนการเรียนรู้เรื่องการปลูกต้นไม้ของผมออกจะพิสดารอยู่เล็กน้อยครับ คือผมเริ่มจากซื้อกล้ามาปลูกกันดื้อๆเลยในครั้งแรก โดยถามคำถามง่ายๆกับคนขายกล้าไม้ป่าว่า &#8220;จะปลูกป่าให้เป็นดง ควรปลูกอะไรดี&#8221; ตาลุงช้อนเจ้าของร้านแห่งย่านวังทองก็แนะนำต้นไม้มาสิบกว่ารายการ ตามประสาผู้อาวุโส ที่คิดแทนให้ว่า เลือกเอาต้นไม้ป่าที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาวที่สูงค่า อย่างที่เราๆรู้กันดีอยู่ในตอนนี้ แถมยังแนะนำตามประสา(หรือภาษา)วนศาสตร์ฉบับลูกทุ่งว่า ปลูกป่าเป็นดงเลียนแบบธรรมชาติ ไม้ป่าจะโตดี &#8220;ต้นไม้จะไม่ตดใส่กัน&#8221; ผมแอบขำแล้วถามต่อไปว่ามันหมายความว่าอย่างไร เรื่องต้นไม้ตดใส่กัน ลุงแกก็อธิบายต่อว่า ปลูกไม้อย่างเดียวมันกินปุ๋ยใบตัวเองมันไม่อร่อย มันควรต้องกินใบต้นอื่นบ้าง จะได้โตใวๆ อืม&#8230;.. ชัดเจน และเข้าใจง่ายอย่างยิ่ง ต่อมาผมตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้งว่า ไม้เนื้อดีหลากหลายชนิดนี้ เนื้อไม้มันดีและสวยยังไง ผมจึงเริ่มออกค้นหาคำตอบเรื่องลายไม้และเนื้อไม้ จนแทบจะเรียกว่า เห็นไม้มีลายเป็นไม่ได้ ต้องเข้าไปลูบคลำ ดอมดม ให้รู้กลิ่น รู้สัมผัส ก็ไหนๆวันนึงอาจจะได้ตัดไม้ตัวเองมาใช้ ขอรู้ล่วงหน้าหน่อยแล้วกัน แล้วไม่อื่นๆอีกล่ะ เมื่อสายพันธุ์ไม้เมืองร้อนมีมากมายหลากหลาย คนโบราณเขาสามารถรู้ได้เลยว่าไม้เนื้อนี้เอามาทำอะไรดี อะไรไม่ดี คำถามนี้ นำพาผมมาสู่ อากู๋ กูเกิ้ล เพราะขี้เกียจไปเที่ยวหอพรรณไม้บ่อยๆ หาความรู้ตามประสาคนขี้เกียจไปพลางๆก่อน และในที่สุดผมก็มาเจอเว็บขุนดง ของอาจารย์นพพร ก่อนหน้านั้นไม่นานผมเริ่มเก็บเมล็ดไม้ต่างๆมาลองเพาะบ้างตามประสามือใหม่หัดเพาะ เนื่องจากเป็นคนที่ล้มเหลวกับการไปขอพันธุ์ไม้ที่ศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้ตามจังหวัดต่างๆ ที่เราเห็นว่ามีต้นไม้ที่เรายังไม่มี การหาทางออกด้วยการเพาะเองก็ช่วยเพิ่มเติมรสชาติหวานๆให้น้ำ&#8221;แห้ว&#8221; อร่อยขึ้นมาได้หน่อยนึง พอมาเจอเว็บขุนดง คำถามหลายอย่างก็คลี่คลายลงได้หมดจด [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=284&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>29 </p>
<p>การะบวนการเรียนรู้เรื่องการปลูกต้นไม้ของผมออกจะพิสดารอยู่เล็กน้อยครับ  คือผมเริ่มจากซื้อกล้ามาปลูกกันดื้อๆเลยในครั้งแรก โดยถามคำถามง่ายๆกับคนขายกล้าไม้ป่าว่า  &#8220;จะปลูกป่าให้เป็นดง ควรปลูกอะไรดี&#8221;  ตาลุงช้อนเจ้าของร้านแห่งย่านวังทองก็แนะนำต้นไม้มาสิบกว่ารายการ ตามประสาผู้อาวุโส ที่คิดแทนให้ว่า เลือกเอาต้นไม้ป่าที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาวที่สูงค่า อย่างที่เราๆรู้กันดีอยู่ในตอนนี้ แถมยังแนะนำตามประสา(หรือภาษา)วนศาสตร์ฉบับลูกทุ่งว่า ปลูกป่าเป็นดงเลียนแบบธรรมชาติ ไม้ป่าจะโตดี  &#8220;ต้นไม้จะไม่ตดใส่กัน&#8221;  </p>
<p>ผมแอบขำแล้วถามต่อไปว่ามันหมายความว่าอย่างไร เรื่องต้นไม้ตดใส่กัน ลุงแกก็อธิบายต่อว่า ปลูกไม้อย่างเดียวมันกินปุ๋ยใบตัวเองมันไม่อร่อย  มันควรต้องกินใบต้นอื่นบ้าง  จะได้โตใวๆ</p>
<p>อืม&#8230;..  ชัดเจน และเข้าใจง่ายอย่างยิ่ง</p>
<p>ต่อมาผมตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้งว่า ไม้เนื้อดีหลากหลายชนิดนี้ เนื้อไม้มันดีและสวยยังไง  ผมจึงเริ่มออกค้นหาคำตอบเรื่องลายไม้และเนื้อไม้ จนแทบจะเรียกว่า เห็นไม้มีลายเป็นไม่ได้ ต้องเข้าไปลูบคลำ ดอมดม ให้รู้กลิ่น รู้สัมผัส ก็ไหนๆวันนึงอาจจะได้ตัดไม้ตัวเองมาใช้  ขอรู้ล่วงหน้าหน่อยแล้วกัน</p>
<p>แล้วไม่อื่นๆอีกล่ะ เมื่อสายพันธุ์ไม้เมืองร้อนมีมากมายหลากหลาย คนโบราณเขาสามารถรู้ได้เลยว่าไม้เนื้อนี้เอามาทำอะไรดี  อะไรไม่ดี   คำถามนี้ นำพาผมมาสู่ อากู๋ กูเกิ้ล เพราะขี้เกียจไปเที่ยวหอพรรณไม้บ่อยๆ  หาความรู้ตามประสาคนขี้เกียจไปพลางๆก่อน และในที่สุดผมก็มาเจอเว็บขุนดง ของอาจารย์นพพร</p>
<p>ก่อนหน้านั้นไม่นานผมเริ่มเก็บเมล็ดไม้ต่างๆมาลองเพาะบ้างตามประสามือใหม่หัดเพาะ เนื่องจากเป็นคนที่ล้มเหลวกับการไปขอพันธุ์ไม้ที่ศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้ตามจังหวัดต่างๆ ที่เราเห็นว่ามีต้นไม้ที่เรายังไม่มี การหาทางออกด้วยการเพาะเองก็ช่วยเพิ่มเติมรสชาติหวานๆให้น้ำ&#8221;แห้ว&#8221; อร่อยขึ้นมาได้หน่อยนึง  พอมาเจอเว็บขุนดง คำถามหลายอย่างก็คลี่คลายลงได้หมดจด เบ็ดเสร็จ  แถมกระบวนการตั้งตนเป็นศูนย์เพาะชำกล้าไม้น้อยๆก็ได้เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนั้น</p>
<p>เริ่มจากมองหาไม้ที่สนใจ  รู้เนื้อ รู้ต้น  รู้การเติบโตตามธรรมชาติ รู้ลักษณะกิ่งก้านใบดอกผล และรู้จักวิธีการเพาะ พอได้เมล็ดมา ก็เริ่มเพาะ รู้จักใบเลี้ยง รู้จังหวะการงอก การเติบโต รู้จักว่ากล้าสมบูรณ์เป็นอย่างไร ปลูกลงดินอย่างไร  โตอย่างไร และต่อมา เวลาจะบอกถึงรายละเอียดระหว่างทาง ไปจนถึงการเติบโตเป็นไม้ใหญ่ที่สมบูรณ์ และท้ายที่สุด เมื่อโค่นตัดผ่าดู ผมก็จะกลับมารัรู้ถึงลาย กลิ่น และผิวสัมผัสกันอีกครั้ง  จะสำคัญก็ตรงที่ กระบวนการช่วงหลังเป็น &#8220;ความรู้มือหนึ่ง&#8221; ที่ผ่านประสบการจริงหรือที่ภาษาพระเขาเรียกว่า &#8220;ปัจจัตตัง&#8221; หรือ ความรู้เฉพาะตน ต้องลงมือปฏิบัติเอง จึงจะรู้ได้</p>
<p>จากมือสมัครเล่น เพาะเมล็ดไม้ฆ่าเวลา เพื่อลดอาการลงแดงขอคนชอบปลูก นำไปสู่สวนป่าขนาดจิ๋วข้างบ้านที่อุดมไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด  กล้าไม้หลายต่อหลายรุ่น ถูกทยอยเอาไปลงดินตามวาระโอกาสต่างๆ  เท่าที่จะหาเรื่องได้</p>
<p>ปลูกต้นไม้วันเกิด</p>
<p>ปลูกต้นไม้วันพ่อ วันแม่</p>
<p>ปลูกต้นไม้วันหยุดนักขัตฤกษ์</p>
<p>ปลูกต้นไม้วันพระใหญ่</p>
<p>ปลูกต้นไม้วันสุข</p>
<p>ปลูกต้นไม้วันเศร้า</p>
<p>และอีกหลายๆวัน  ทีใจนึกอยากจะปลูก</p>
<p>ปลูกในที่ตัวเอง ปลูกในที่คนอื่น ฯลฯ</p>
<p>ขนาดเอาออกไปก็เยอะ ป่าไม้น้อยข้างบ้านก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยถอยจำนวนลง  เพราะเมล็ดไม้ใหม่ๆที่เก็บได้ กับอีกส่วนที่ส่งมาจากขุนดง เตรียมรอคิวลงถุง ในอาณาบริเวณรอบบ้านที่เล็กกระจ้อยร่อย  เรียกว่าในตอนนี้ จะเพาะชุดใหม่ได้  ต้องเอาชุดเก่าออกไปก่อน</p>
<p>เรื่องอันสุนทรีย์ทุกครั้งก่อนไปปลูกต้นไม้ก็คือ การเดินช็อปปิ้ง กล้าไม้ไปรอบๆบ้าน โดยใช้หลักการ ต้นไหนโตเร็วโตดี ได้ลงดินก่อน ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นไม้ป่าเนื้อดีเท่านั้น  สมุนไพรอย่างว่านจืด ขมิ้นและฟ้าทลายโจรก็มีสิทธิ์นะคร้าบ</p>
<p>ตาลุงช้อนเริ่มขาดลูกค้าชั้นดีอย่างผมไปเสียแล้วในตอนนี้  แต่ผมก็ยังแวะเวียนไปเยี่ยมและช่วยอุดหนุนแกอยู่บ่อยๆ และบางครั้งก็พาเหยื่อไปให้เชือดนิ่มๆ</p>
<p>ป่าไม้กลางกรุงเริ่มมีระบบสำรองกล้าไม้ดีขึ้นๆ มีทุกรุ่นอายุพร้อมปลูกไปอีกหลายปี</p>
<p>สวมควรแก่เวลาที่ต้องออกเดินทางไปคารวะเจ้าสำนักขุนดงบ้างแล้ว  ยังมีเคล็ดลับอีกมากมายซ่อนอยู่ที่นั่น</p>
<p><img src="http://img818.imageshack.us/img818/1103/dsc00581.jpg" alt="" /></p>
<p>รุ่นโตแล้ว กับรุ่นกำลังแทงรากครับ</p>
<p><img src="http://img709.imageshack.us/img709/6908/dsc03623n.jpg" alt="" /></p>
<p>เมล็ดมะค่าโมงที่ผ่านการเจียเปลือกและแช่น้ำมาสองวันจนพองได้ที่ และเริ่มแทงราก</p>
<p><img src="http://img411.imageshack.us/img411/7884/dsc03942s.jpg" alt="" /></p>
<p>เมล็ดกระพี้เขาควาย ไม้เนื้อสวยอีกตัวที่ทดลองเพาะในกระดาษทิชชู่ ก็งอกได้เหมือนกัน</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suppapong.wordpress.com/284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suppapong.wordpress.com/284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suppapong.wordpress.com/284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suppapong.wordpress.com/284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suppapong.wordpress.com/284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suppapong.wordpress.com/284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suppapong.wordpress.com/284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suppapong.wordpress.com/284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suppapong.wordpress.com/284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suppapong.wordpress.com/284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suppapong.wordpress.com/284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suppapong.wordpress.com/284/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suppapong.wordpress.com/284/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suppapong.wordpress.com/284/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=284&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suppapong.wordpress.com/2010/10/03/%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">tumtump</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://img818.imageshack.us/img818/1103/dsc00581.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://img709.imageshack.us/img709/6908/dsc03623n.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://img411.imageshack.us/img411/7884/dsc03942s.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>สัดส่วนทอง</title>
		<link>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/27/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/27/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Sep 2010 17:39:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tumtump</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suppapong.wordpress.com/?p=281</guid>
		<description><![CDATA[28 ผมปลูกต้นไม้ไปในดินแดนมหัศจรรย์น่าจะร่วมสองพันต้นในตลอดสองปีกว่าๆที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเพื่อให้ร่มเงาแก่ที่อยู่อาศัย ส่วนหนึ่งก็เป็นพวกไม้ผลและพืชอาหาร อีกส่วนหนึ่งเพื่อใว้ใช้สอยและตัดแปรรูปขายเป็นเงินมาใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่สามารถเอาต้นไม้หรืออาหารไปแลกมาได้ สองกลุ่มแรกปลูกไปเท่าไหร่มันก็จะอยู่ตรงนั้นไปตราบนานเท่านาน กลุ่มสุดท้ายถือว่าเป็นค่าแรงผมในการสร้างสองกลุ่มแรกขึ้นมา และจะต้องหายไปในช่วงเวลาต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ที่จะต้องใช้มัน จำนวนเท่าไหร่ที่ผมมีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะเอาไป ถ้าตอบโดยหลักนิติศาสตร์ก็คือ &#8220;ทั้งหมด&#8221;นั่นแหละครับ เพราะผมเป็นเจ้าของมันโดยกฏหมาย แม้อาจจะต้องมีเรื่องยุ่งยากกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้บ้างก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร คุยกันได้ถ้ามีบัตรผ่านสีเทาๆพร้อมลายเซ็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง แต้ถ้าโดยหลักรัฐศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์ล่ะ จำนวนการเอาคืนจากธรรมชาติที่แม้จะสร้างขึ้นใหม่ด้วยมือมนุษย์ และเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตอีกหลากหลายที่เข้ามาอาศัยชายคาอันสงบสุขร่มเย็นแห่งนี้ จะมากน้อยเท่าไหร่ที่จะไม่กระทบกระเทือนและทำให้สมดุลย์ของการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุขนั้นเสียไป &#8220;สามสิบแปดจุดสองเปอร์เซ็นต์โดยประมาณ สำหรับการ &#8220;เอา&#8221; จากธรรมชาติมาเป็นของเรา เกินกว่านั้น หายนะ&#8221; &#8220;มีจุดสองด้วยนี่เรียกประมาณเหรอ&#8221; ผมถามตุ้มด้วยความสงสัย(จริงๆ) &#8220;จริงๆจะมีทศนิยมอีกไม่รู้จบตามหลังจุดสองอีกนะ&#8221; &#8220;นายไปเอาตัวเลขยากๆนี่มาจากไหนหรือตุ้ม&#8221; &#8220;มันเป็นตัวเลขที่เหล่านักคณิตศาสตร์ นักมานุษย์วิทยา หรือนักสังคมศาสตร์ และอีกหลายๆนัก ที่ไม่รู้จะใช้สมองไปทำอะไร เอามาคิดถอดรหัสจากธรรมชาติ แล้ว้เจอตัวเลขชุดนี้ซ้ำๆกัน เรียกว่าการยัดตัวเลขให้ลงกับสิ่งที่เขาอยากเห็นก็ว่าได้ รวมเรียกตัวเลขหลายทศนิยมนี้ว่า Golden Ratio หรือสัดส่วนทอง ซึ่งมีค่าที่รู้จักกันไปทั่วโลกว่าเป็นตัวเลขประมาณ 1:1.618 หรือ 0.618:1 &#8220; &#8220;อันนี้ไม่ได้มั่วเองอีกใช่ไหม&#8221; &#8220;ไม่มั่วแต่ต่อยอดนิดหน่อย&#8221; &#8220;มันทองยังไงอีกคราวนี้&#8221; &#8220;ในทางศิลปะว่ากันว่ามันเป็นสัดส่วนที่มักค้นพบในงานสร้างสรรค์ชั้นเลิศหลายรายการ เช่นสัดส่วนภาพวาดช่วงใบหน้าของโมนาลิซ่า(ที่ลูฟร์) หรือโครงสร้างวิหารพาเธนอน(ที่กรีก) ในตัวมนุษย์เรามักจะเจอในอวัยวะต่างๆของร่างกายที่ประกอบไปด้วยสัดส่วนนี้ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=281&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>28 </p>
<p>ผมปลูกต้นไม้ไปในดินแดนมหัศจรรย์น่าจะร่วมสองพันต้นในตลอดสองปีกว่าๆที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเพื่อให้ร่มเงาแก่ที่อยู่อาศัย ส่วนหนึ่งก็เป็นพวกไม้ผลและพืชอาหาร อีกส่วนหนึ่งเพื่อใว้ใช้สอยและตัดแปรรูปขายเป็นเงินมาใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่สามารถเอาต้นไม้หรืออาหารไปแลกมาได้  สองกลุ่มแรกปลูกไปเท่าไหร่มันก็จะอยู่ตรงนั้นไปตราบนานเท่านาน กลุ่มสุดท้ายถือว่าเป็นค่าแรงผมในการสร้างสองกลุ่มแรกขึ้นมา  และจะต้องหายไปในช่วงเวลาต่างๆ  ตามวัตถุประสงค์ที่จะต้องใช้มัน</p>
<p>จำนวนเท่าไหร่ที่ผมมีสิทธิ์โดยชอบธรรมที่จะเอาไป  ถ้าตอบโดยหลักนิติศาสตร์ก็คือ &#8220;ทั้งหมด&#8221;นั่นแหละครับ  เพราะผมเป็นเจ้าของมันโดยกฏหมาย แม้อาจจะต้องมีเรื่องยุ่งยากกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้บ้างก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร คุยกันได้ถ้ามีบัตรผ่านสีเทาๆพร้อมลายเซ็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง  แต้ถ้าโดยหลักรัฐศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์ล่ะ  จำนวนการเอาคืนจากธรรมชาติที่แม้จะสร้างขึ้นใหม่ด้วยมือมนุษย์ และเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตอีกหลากหลายที่เข้ามาอาศัยชายคาอันสงบสุขร่มเย็นแห่งนี้ จะมากน้อยเท่าไหร่ที่จะไม่กระทบกระเทือนและทำให้สมดุลย์ของการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุขนั้นเสียไป</p>
<p>&#8220;สามสิบแปดจุดสองเปอร์เซ็นต์โดยประมาณ   สำหรับการ &#8220;เอา&#8221; จากธรรมชาติมาเป็นของเรา  เกินกว่านั้น  หายนะ&#8221;</p>
<p>&#8220;มีจุดสองด้วยนี่เรียกประมาณเหรอ&#8221;  ผมถามตุ้มด้วยความสงสัย(จริงๆ)</p>
<p>&#8220;จริงๆจะมีทศนิยมอีกไม่รู้จบตามหลังจุดสองอีกนะ&#8221;</p>
<p>&#8220;นายไปเอาตัวเลขยากๆนี่มาจากไหนหรือตุ้ม&#8221;</p>
<p>&#8220;มันเป็นตัวเลขที่เหล่านักคณิตศาสตร์ นักมานุษย์วิทยา หรือนักสังคมศาสตร์ และอีกหลายๆนัก ที่ไม่รู้จะใช้สมองไปทำอะไร  เอามาคิดถอดรหัสจากธรรมชาติ แล้ว้เจอตัวเลขชุดนี้ซ้ำๆกัน  เรียกว่าการยัดตัวเลขให้ลงกับสิ่งที่เขาอยากเห็นก็ว่าได้ รวมเรียกตัวเลขหลายทศนิยมนี้ว่า Golden Ratio หรือสัดส่วนทอง ซึ่งมีค่าที่รู้จักกันไปทั่วโลกว่าเป็นตัวเลขประมาณ 1:1.618 หรือ 0.618:1 &#8220;</p>
<p>&#8220;อันนี้ไม่ได้มั่วเองอีกใช่ไหม&#8221;</p>
<p>&#8220;ไม่มั่วแต่ต่อยอดนิดหน่อย&#8221;</p>
<p>&#8220;มันทองยังไงอีกคราวนี้&#8221;</p>
<p>&#8220;ในทางศิลปะว่ากันว่ามันเป็นสัดส่วนที่มักค้นพบในงานสร้างสรรค์ชั้นเลิศหลายรายการ เช่นสัดส่วนภาพวาดช่วงใบหน้าของโมนาลิซ่า(ที่ลูฟร์) หรือโครงสร้างวิหารพาเธนอน(ที่กรีก)  ในตัวมนุษย์เรามักจะเจอในอวัยวะต่างๆของร่างกายที่ประกอบไปด้วยสัดส่วนนี้  ยกตัวอย่างง่ายๆ ระยะจากข้อมือถึงปลายนิ้วต่อระยะข้อมือถึงข้อศอก เป็นสัดส่วนเดียวกันกับระยะข้อมือถึงข้อศอกต่อระยะปลายนี้วถึงข้อศอก&#8230;งงไหม&#8221;</p>
<p>&#8220;งง&#8221;</p>
<p>&#8220;อ้ะ&#8230;งั้นลองนึกถึงนางแบบหุ่นงามๆสักกลุ่มนึ่ง  กลุ่มผู้หญิงที่เขาว่ากันว่าสัดส่วนทรวดทรงงามถึงขั้นเป็นแบบอย่าง จะมีระยะของร่างกายเข้ากับสัดส่วนนี้คือ&#8230;&#8221;</p>
<p>&#8220;คือ&#8221;   ผมไม่เคยสนใจอะไรเท่านี้มาก่อน</p>
<p>&#8220;ระยะจากศรีษะถึงเอวต่อระยะจากเอวถึงฝ่าเท้า จะเป็นสัดส่วนเดียวกับระยะจากเอวถึงฝ่าเท้าต่อความสูงรวมของผู้หญิงคนนั้น&#8221;</p>
<p>&#8220;ไฮ้&#8230;. ไม่เคยรู้มาก่อน งั้นคนยาวตัวขาสั้น ก็ไม่สมส่วนสิ&#8221;</p>
<p>&#8220;บอกแล้วไงมันเป้นความพยายามยัดเยียดให้ลงพอดีกับตัวเลข  ตัวยาวขาสั้นแล้วดูดีมีเยอะไป&#8221;</p>
<p>&#8220;แล้วยังเจอในอะไรอีก&#8221;</p>
<p>&#8220;หอย&#8221;</p>
<p>&#8220;หือ&#8221;</p>
<p>&#8220;ระบบโครงสร้างภายในหอย นอติลุส  ที่พวกนักออกแบบหรือ สถาปนิกคลั่งไคล้และชอบเอามาเป็นตัวแทนของความงามอันเหมาะเจาะในงานสร้างสรรค์ต่างๆ  แต่ละชั้นเปลือกของหอยชนิดนี้จะสร้างขึ้นมาในสัดส่วนนี้พอดิบพอดี&#8221;</p>
<p>&#8220;แล้วมันเกี่ยวยังไงกับเรื่องสมดุลธรรมชาติ&#8221;</p>
<p>&#8220;ก็ดันมีนักสังคมศาสตร์ทึกทักเอาว่า ถ้ามนุษย์เราผลาญทรัพยากรเกินกว่าสัดส่วนนี้ โลกเราอาจถึงหายนะได้&#8221;</p>
<p>&#8220;ไฮ้&#8230;แต่นี่มันก็เกินมาโลดตั้งปีมะโว้แล้วนี่  ป่าบ้านเรายังเหลือไม่ถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์เลย ไม่นับสายพันธุ์พืชและสัตว์ที่เริ่มหายไปทีละหลายๆชนิด ทุกๆวัน&#8221;</p>
<p>&#8220;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8221;</p>
<p>&#8220;เดี๋ยวๆๆ  เราต้องใช้ไม่เกินเท่าไหร่นะ&#8221;</p>
<p>&#8220;โดยประมาณนะ สามสิบแปดหน่อยๆจากทั้งหมด หรือสามสิบแปดส่วนต่อร้อยส่วน&#8221;</p>
<p>&#8220;ว่าทำไมโลกเราอยู่ได้อยู่ดีมาตั้งนานหลายร้อยหลายพันปี ใช้เท่าไหร่ก็ยังไม่ถึงสามสิบแปดส่วน  พอยุคปฏวัติอุตสาหกรรมมาเยือน  ร้อยปี&#8230;.เรียบ&#8221;</p>
<p>&#8220;และเหตุอาเพศต่างๆก็เลยเริ่มออกมาเตือน  ว่าโลกสีฟ้าสวยๆใบนี้เริ่มป่วยกระทันหัน&#8221;</p>
<p>&#8220;แล้วนายเชื่อเรื่องสัดส่วนทองนี้ด้วยเหรอตุ้ม ว่ามันแฝงรหัสบอกเตือนมนุษย์อยู่จริงๆ&#8221;</p>
<p>&#8220;มันเตือนขนาดที่ว่า อุณหภูมิในร่างกายเราสบายๆที่สามสิบเจ็ดอาศา  ขึ้นมาเป็นสามสิบแปดเราก็แค่ตัวรุมๆ  แต่ถ้าเกินกว่านั้นล่ะ&#8221;</p>
<p>&#8220;เราจะป่วย&#8221;</p>
<p>&#8220;ใช่&#8230;แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าขึ้นถึงห้าสิบองศา&#8221;</p>
<p>&#8220;ตายไปตั้งแต่สี่สิบห้าแล้วมั๊ง&#8221;</p>
<p>&#8220;ถูกต้อง  ก็เหมือนกับภาษีอัตราก้าวหน้าไง ยังกำหนดสูงสุดได้แค่สามสิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์ เมื่อมีรายได้เกินสี่ล้านบาท  ถ้าสรรพากรรีดเกินนั้นล่ะ นายจะยอมไหม&#8221;</p>
<p>&#8220;โอ๊ย..ผมหนีตั้งแต่สิบเปอร์เซนต์แรกแล้ว&#8221;</p>
<p>&#8220;นายไม่ยอม  ร่างกายนายก็ไม่ยอม ธรรมชาติหรือโลกใบนี้ก็ไม่ยอม&#8221;</p>
<p>&#8220;น่าทึ่งนะ&#8221;</p>
<p>&#8220;เรื่องสัดส่วนทองเหรอ&#8221;</p>
<p>&#8220;เปล่า เรื่องที่นายแถจนเข้าได้ทั้งเรื่องร่างกายมนุษย์และเรื่องเสียภาษี&#8221;</p>
<p>&#8220;บอกแล้วไง เมื่อเรามองหาความสัมพันธ์ใด มันมักจะหามาจนได้  นี่แหละมนุษย์&#8221;</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>ผมก้มมองสองมือที่ไดจับจอบเหวี่ยงขุดดินหลุมแล้วหลุมเล่า จนมือด้านพองและแข็งเป็นปุ่มไต จริงของเพื่อนตุ้ม จากปลายนิ้วถึงข้อศอก นับเป็นกลไกการทำงานที่น่าทึ่งของสองมือมนุษย์  ที่แตกต่างจากสัตว์หลากหลายประเภท คุณสมบัติที่เรามีมือที่หยิบจับได้ทำให้เราวิวัฒนาการได้รวดเร็วกว่าสัตว์อื่นๆแม้กระทั่งไพรเมตอย่างลิง หรือค่าง  หากไม่นับเรื่องขนาดสมอง  </p>
<p>เราเสียนิ้วไปสักครึ่ง  เรายังพอจะทำอะไรได้อีกมาก แต่หากเราเสียตั้งแต่ข้อมือไป ส่วนที่เหลือถึงข้อศอกก็คงไม่เพียงพอที่จะทำให้เราอยู่อย่างสุขสบาย </p>
<p>หรือจะจริงอย่างที่ตุ้มว่า สัดส่วนทองเป็นรหัสที่ซ่อนอยู่ในทุกสรรพสิ่งเพื่อให้เราคนเจอเพื่อนำมาเชื่อมโยง  เตือนสติถึงภัยของการไม่รักษาสมดุลย์ทางธรรมชาติ สังคม เศรษฐกิจ และอื่นๆอีกมากมายที่สัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอย่างบูรณาการณ์</p>
<p>ผมใคร่ครวญอยู่นานจนลืมไปเลยว่าจริงๆผมมาหาตุ้มด้วยเรื่องนิดเดียวคือ ผมแค่อยากรู้ว่าถ้าวันหนึ่งผมต้องตัดต้นไม้ออกบ้างเพื่อ่ผลตอบแทนตนเองทางเศรษฐกิจ  ผมควรปลูกต้นไม้เพิ่มอีกสักเท่าไหร่ เพื่อจะได้ทยอยตัดขายในสัดส่วนที่พอดีนั้นแล้วได้เงินมายี่สิบล้าน</p>
<p>แหะๆๆ&#8230;ไม่ค่อยจะโลภเลยเรา</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suppapong.wordpress.com/281/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suppapong.wordpress.com/281/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suppapong.wordpress.com/281/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suppapong.wordpress.com/281/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suppapong.wordpress.com/281/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suppapong.wordpress.com/281/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suppapong.wordpress.com/281/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suppapong.wordpress.com/281/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suppapong.wordpress.com/281/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suppapong.wordpress.com/281/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suppapong.wordpress.com/281/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suppapong.wordpress.com/281/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suppapong.wordpress.com/281/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suppapong.wordpress.com/281/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=281&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/27/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">tumtump</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>สมมุตินะครับสมมุติ</title>
		<link>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/20/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/20/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 Sep 2010 19:40:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tumtump</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suppapong.wordpress.com/?p=279</guid>
		<description><![CDATA[27 หากมองย้อนกลับไปเมื่อสองปีที่แล้ว พื้นที่ในดินแดนมหัศจรรย์ เป็นเพียงผืนนาอันว่างเปล่า ที่ผู้เช่าจะเข้ามาทำนานาได้เพียงแค่ปีละครั้ง เนื่องจากสภาพพื้นที่ที่ไกลจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำนาได้งามดีเฉพาะหน้าฝนที่ชุ่มฉ่ำอย่างเช่นตอนนี้ ในหน้าแล้ง พื้นที่ตรงนี้ไม่ต่างอะไรจากทะเลดินแห้งๆ และพื้นดินแตกระแหง ที่ร้อนระอุ แต่ในวันนี้ภาพของกลุ่มต้นไม้น้อยใหญ่ กระจายตัวลดหลั่นความหนาทึบจากสีเขียวของใบและทรงพุ่ม อันหลากหลาย ตามแปลงปลูกในรุ่นต่างๆทั้งสามรุ่น กับพื้นที่น้ำเป็นบ่อและร่องยาวๆ กันพื้นที่นาอีกเล็กน้อย ที่เว้นไว้พอได้ทำกิน เพื่อรองรับสมาชิกในครอบครัวขนาดใหญ่ ที่ตั้งใจว่า ต้องสามารถเผื่อแผ่อาหาร ผลหมากรากไม้ ที่ปลอดภัยปลอดสารเคมีใดๆ ไปจนถึงพี่ป้าน้าอา และเพื่อนฝูงนับสิบๆชีวิต ผมหวังไว้เล่นๆ แต่พยายามจะทำให้มันเป็นจริง จะดีไม่น้อยหากในแต่ละครอบครัวในสังคมไทย จะส่งตัวแทนเป็นใครสักคนที่มีความพร้อมและความอยากแบบนั้น เพื่อออกมาสร้างหลักประกันที่จับต้องได้ กินได้ และอาศัยอยู่ได้ เพื่อเป็นระบบสำรองชีวิต ที่ “เงิน” ไม่สามารถให้ได้เมื่อถึงคราวจำเป็นที่คาดไม่ถึง อมาตยา เซน นักเศรษฐศาสตร์ รางวัลโนเบล เคยกล่าวถึงผลกระทบของทุนนิยมไว้นานแล้วว่า &#8220;เมื่อความฝันสิ้นสุดลง คนก็เริ่มค้นหาความจริงกันใหม่&#8221; ผมก็พลันนึกถึงอีกคำพูดของ ม.จ.สิทธิพร กฤดากร ผู้เป็นบิดาแห่งเกษตรแผนใหม่ ที่เป็นคนให้สัจธรรมข้อที่ว่า “เงินทองคือมายา ข้าวปลาคือของจริง” “ความจริง” กับ “ของจริง” ของทั้งสองท่านนั้น มันเกี่ยวพันกันอย่างยิ่งยวด [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=279&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>27  </p>
<p>หากมองย้อนกลับไปเมื่อสองปีที่แล้ว พื้นที่ในดินแดนมหัศจรรย์  เป็นเพียงผืนนาอันว่างเปล่า ที่ผู้เช่าจะเข้ามาทำนานาได้เพียงแค่ปีละครั้ง เนื่องจากสภาพพื้นที่ที่ไกลจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำนาได้งามดีเฉพาะหน้าฝนที่ชุ่มฉ่ำอย่างเช่นตอนนี้  ในหน้าแล้ง พื้นที่ตรงนี้ไม่ต่างอะไรจากทะเลดินแห้งๆ และพื้นดินแตกระแหง ที่ร้อนระอุ</p>
<p>แต่ในวันนี้ภาพของกลุ่มต้นไม้น้อยใหญ่  กระจายตัวลดหลั่นความหนาทึบจากสีเขียวของใบและทรงพุ่ม อันหลากหลาย ตามแปลงปลูกในรุ่นต่างๆทั้งสามรุ่น  กับพื้นที่น้ำเป็นบ่อและร่องยาวๆ กันพื้นที่นาอีกเล็กน้อย ที่เว้นไว้พอได้ทำกิน เพื่อรองรับสมาชิกในครอบครัวขนาดใหญ่  ที่ตั้งใจว่า ต้องสามารถเผื่อแผ่อาหาร ผลหมากรากไม้ ที่ปลอดภัยปลอดสารเคมีใดๆ  ไปจนถึงพี่ป้าน้าอา และเพื่อนฝูงนับสิบๆชีวิต</p>
<p>ผมหวังไว้เล่นๆ  แต่พยายามจะทำให้มันเป็นจริง</p>
<p>จะดีไม่น้อยหากในแต่ละครอบครัวในสังคมไทย จะส่งตัวแทนเป็นใครสักคนที่มีความพร้อมและความอยากแบบนั้น  เพื่อออกมาสร้างหลักประกันที่จับต้องได้ กินได้  และอาศัยอยู่ได้  เพื่อเป็นระบบสำรองชีวิต ที่ “เงิน”  ไม่สามารถให้ได้เมื่อถึงคราวจำเป็นที่คาดไม่ถึง  </p>
<p>อมาตยา เซน นักเศรษฐศาสตร์ รางวัลโนเบล เคยกล่าวถึงผลกระทบของทุนนิยมไว้นานแล้วว่า &#8220;เมื่อความฝันสิ้นสุดลง คนก็เริ่มค้นหาความจริงกันใหม่&#8221;  ผมก็พลันนึกถึงอีกคำพูดของ ม.จ.สิทธิพร กฤดากร ผู้เป็นบิดาแห่งเกษตรแผนใหม่ ที่เป็นคนให้สัจธรรมข้อที่ว่า “เงินทองคือมายา ข้าวปลาคือของจริง”  </p>
<p>“ความจริง” กับ “ของจริง” ของทั้งสองท่านนั้น มันเกี่ยวพันกันอย่างยิ่งยวด  ปัจจุบันดูเหมือนคนเราจะแยกกันยากแล้วว่าอะไรจริง อะไรลวง  ผมเติบโตมาในยุคสมัยที่งานเกษตร  เป็นสิ่งที่ไม่ใช่เป้าหมายของการทำเป็นอาชีพ เราถูกสอนให้เรียนไปเพื่อเป็นอะไรที่ดีกว่านั้น  ทำงานเพื่อเงิน และใช้เงิน ซื้อของจริงที่กินได้มากินให้อิ่มท้อง และเสพมายาที่เรียกว่าการประสบความสำเร็จในอาชีพการงานเพื่อความอิ่มใจ  โดยแขวนทั้งชีวิตใว้ด้วยเส้นด้ายแห่งทุนนิยม ถ้าทุนินยมอยู่ได้ ผมก็ยังอยู่ได้เช่นกัน</p>
<p>ผมสร้างดินแดนมหัศจรรย์ โดยลองสมมติว่า “เมื่อทุนนิยมล่มสลาย” ผมและครอบครัว รวมไปถึงผู้คนที่แวดล้อมจำนวนหนึ่งจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง  ผมพบคำตอบนี้เมื่อครั้งไปอบรมกสิกรรมธรรมชาติที่มาบเอื้อง  วิชาการหากินรอบๆศูนย์ฝึก ให้ความกระจ่างในศักยภาพของ ป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่างได้เป็นอย่างดี ว่ารองรับจำนวนคนหลักสิบไปจนถึงเฉียดร้อยได้อย่างสบายๆ</p>
<p>พื้นที่ขนาดสิบไร่ของผมน่าจะเหลือเฟือต่อจินตนาการอันบ้าระห่ำนี้  เพียงแต่กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ผมคงต้องใช้เวลาอย่างน้อยห้าปีสำหรับการจัดการเรื่องพืชอาหาร และสิบปีสำหรับการสะสมและรอคอยผลผลิตสำหรับงานก่อสร้างที่อยู่อาศัย (ตามที่สมมุติไว้นะครับว่า จู่ๆทุนนิยมก็ล่มสลายและเงินทองกลายเป็นของไร้ค่าไร้ราคา)</p>
<p>งานสะสมต้นไม้ของผมในทุกวันนี้ไม่ต่างอะไรกับปรัชญาของทุนนิยมสมัยใหม่ที่เน้นให้คนสะสมๆ วัตถุเพื่อแต่งเติมวิหารอันศักดิ์สิทธิ์   จะต่างก็คงเป็นในเรื่องที่ระหว่างทางของการสะสมของผมนั้น เป็นการคืนบางส่วนที่เราเคยพรากจากธรรมชาติมาแต่เก่าก่อน และยังมีส่วนร่วมแบ่งปันที่พักพิง และความร่มรื่นกลับคืนสู่มวลสรรพสัตว์ ที่ต้องบ้านแตก ซ่านกระเซ็นจนแทบไร้ที่อยู่อาศัย </p>
<p> ธรรมชาติอนุญาตให้เราเอาได้เท่าที่จำเป็น และต้องเหลือบางส่วนทิ้งไว้ให้แก่สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ โดยมีสัดส่วนที่บ่งบอกชัดเจน แฝงซ่อนเป็นนัย  ตามสิ่งต่างๆรอบตัวและภายในตัวเรามาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล สุดแต่ว่าเราจะค้นเจอและตระหนักได้ถึงภัยพิบัติที่จะตามมาอย่างไร เมื่อเราถลุงใช้ทรัพยากรเกินเลยกว่าระบบสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ ที่เราเรียกว่า “โลก” กำหนดไว้  ตัวเลขนั้นผมพอรู้เป็นเลาๆแต่ขาดรายละเอียดที่แน่ชัด แม้จะเป็นเพียงสมมุติฐานที่ใครหลายคนเคยค้นเจอ  และแม้ผมจะไม่ค่อยเชื่อแต่ก็ไม่กล้าที่จะลบหลู่  ผมคงต้องมุ่งมันในการสร้างป่าและคืนสิ่งที่บรรพบุรุษของผมเคยพรากจากธรรมชาติมา ให้มากที่สุดเท่าที่กำลังจะมี ในตอนนี้  ส่วนเรื่องยากๆ และเรื่องตัวเลข&#8230;&#8230;</p>
<p>ได้เวลาที่ผมต้องไปหาเพื่อนตุ้มอีกแล้วครับ&#8230;.งานนี้</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suppapong.wordpress.com/279/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suppapong.wordpress.com/279/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suppapong.wordpress.com/279/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suppapong.wordpress.com/279/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suppapong.wordpress.com/279/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suppapong.wordpress.com/279/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suppapong.wordpress.com/279/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suppapong.wordpress.com/279/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suppapong.wordpress.com/279/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suppapong.wordpress.com/279/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suppapong.wordpress.com/279/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suppapong.wordpress.com/279/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suppapong.wordpress.com/279/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suppapong.wordpress.com/279/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=279&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/20/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">tumtump</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Space&amp;Time (ที่ว่างระหว่างเวลา)</title>
		<link>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/14/spacetime-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/14/spacetime-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Sep 2010 05:57:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tumtump</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suppapong.wordpress.com/?p=277</guid>
		<description><![CDATA[25 &#8220;เคยมั๊ย&#8230;มีเวลาแต่ไม่มีเงิน พอมีเงินกลับไม่มีเวลา&#8221; เสียงของเพื่อนคนหนึ่งถามขึ้นบนโต๊ะจีนในงานเลี้ยงแต่งงานของเพื่อนอีกคนหนึ่ง&#8230;..แน่นอนคำถามแบบนี้ย่อมไม่ใช่เพื่อนตุ้ม แต่เป็นเพื่อนคนหนึ่งซึ่งกำลังไปได้สวยกับธุรกิจขายตรงชื่อดัง ประโยคเปิดการสนทนาแสนคลาสสิก เพื่อดึงคนเข้าสู่ระบบลูกโซ่การขาย ที่มีผลตอบแทนเร้าใจเป็นตัวล่อ ตัวล่อที่อ้างว่าสามารถเป็นมรดก ตกสู่ลูกหลานหรือคนที่เรารัก &#8220;นายทำไปพร้อมๆกับงานประจำก็ได้นี่ ใครๆเขาก็ทำกัน ดีซะอีกพรรคพวกเพื่อนฝูงมีเยอะแยะ ดึงมาเป็นเครือข่ายได้อีก&#8221; ขนาดหาข้ออ้างโกหกพกลมว่างานดีเงินเดือนสูง ทั้งๆที่ไม่มีอะไรเฉียดความจริง มันก็ยังตื้ออยู่ได้&#8230; หากวันนั้นมีเพื่อนตุ้มนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย ผมหวังอย่างยิ่งว่าเขาคงมีทฤษฎีเด็ดๆอะไรตอกกลับพ่อนักขายไฟแรงคนนั้น ชนิดที่เรียกว่า &#8220;ประโยคเดียวเสียววาบ&#8221; เป็นแน่ &#8230;&#8230;&#8230;. ต่อมาอีกไม่กี่ปี &#8220;เราซื้อประกันให้นายแล้วนะเพื่อน มีประกันสุขภาพ และอุบัติเหตุ โปรแกรมเล็กสุดคุ้มครองสองแสน เผื่อเจ็บเผื่อตาย จ่ายเงินให้ไปแล้ว นายไม่เอาไม่เป็นไร เราห่วงนาย เห็นชอบขับรถไปไหมาไหนบ่อยๆ&#8221; มันต้องอย่างนี้&#8230;สุดยอดนักขาย&#8230;..ไอ้&#8230;.(พูดไม่ออก) แถวบ้านเรียกหักคอกันดื้อๆ นี่ไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าผมไม่มีเงิน มันคงได้จ่ายให้ผมกันจริงๆ &#8220;เท่าไหร&#8221; &#8220;สองแสนไง ถ้าเจ็บเคสละหดหมื่น&#8221; &#8220;ไม่ใช่ นายจ่ายไปน่ะ&#8221; &#8220;อ่อ&#8230;แปดพันกว่าๆเอง&#8221; พร้อมยื่นเอกสารปกแข็งให้ผมเรียบร้อย ผมเปิดดูรายละเอียดแบบเร็วๆมองหาจำนวนเงินที่ถูกต้องแล้วเปิดกระเป๋าตังหยิบเงินให้เพื่อนผมไป &#8220;ประกันนายเราไม่ซื้อ แต่ที่จ่ายเนี่ยเป็นการซื้อมุขขายประกันโหด มัน ฮา&#8230;.ทุเรศจริงๆทำกันได้ &#8220; นี่ก็เพื่อนแปลกๆอีกคน &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;. เงิน เวลา หลักประกันชีวิต [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=277&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>25  </p>
<p>&#8220;เคยมั๊ย&#8230;มีเวลาแต่ไม่มีเงิน พอมีเงินกลับไม่มีเวลา&#8221;  เสียงของเพื่อนคนหนึ่งถามขึ้นบนโต๊ะจีนในงานเลี้ยงแต่งงานของเพื่อนอีกคนหนึ่ง&#8230;..แน่นอนคำถามแบบนี้ย่อมไม่ใช่เพื่อนตุ้ม แต่เป็นเพื่อนคนหนึ่งซึ่งกำลังไปได้สวยกับธุรกิจขายตรงชื่อดัง</p>
<p>ประโยคเปิดการสนทนาแสนคลาสสิก เพื่อดึงคนเข้าสู่ระบบลูกโซ่การขาย ที่มีผลตอบแทนเร้าใจเป็นตัวล่อ  ตัวล่อที่อ้างว่าสามารถเป็นมรดก ตกสู่ลูกหลานหรือคนที่เรารัก</p>
<p>&#8220;นายทำไปพร้อมๆกับงานประจำก็ได้นี่ ใครๆเขาก็ทำกัน ดีซะอีกพรรคพวกเพื่อนฝูงมีเยอะแยะ ดึงมาเป็นเครือข่ายได้อีก&#8221;</p>
<p>ขนาดหาข้ออ้างโกหกพกลมว่างานดีเงินเดือนสูง ทั้งๆที่ไม่มีอะไรเฉียดความจริง มันก็ยังตื้ออยู่ได้&#8230;</p>
<p>หากวันนั้นมีเพื่อนตุ้มนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย  ผมหวังอย่างยิ่งว่าเขาคงมีทฤษฎีเด็ดๆอะไรตอกกลับพ่อนักขายไฟแรงคนนั้น ชนิดที่เรียกว่า &#8220;ประโยคเดียวเสียววาบ&#8221; เป็นแน่</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;.</p>
<p>ต่อมาอีกไม่กี่ปี</p>
<p>&#8220;เราซื้อประกันให้นายแล้วนะเพื่อน มีประกันสุขภาพ และอุบัติเหตุ โปรแกรมเล็กสุดคุ้มครองสองแสน เผื่อเจ็บเผื่อตาย  จ่ายเงินให้ไปแล้ว นายไม่เอาไม่เป็นไร  เราห่วงนาย เห็นชอบขับรถไปไหมาไหนบ่อยๆ&#8221;</p>
<p>มันต้องอย่างนี้&#8230;สุดยอดนักขาย&#8230;..ไอ้&#8230;.(พูดไม่ออก) แถวบ้านเรียกหักคอกันดื้อๆ นี่ไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าผมไม่มีเงิน มันคงได้จ่ายให้ผมกันจริงๆ </p>
<p>&#8220;เท่าไหร&#8221;</p>
<p>&#8220;สองแสนไง ถ้าเจ็บเคสละหดหมื่น&#8221;</p>
<p>&#8220;ไม่ใช่ นายจ่ายไปน่ะ&#8221;</p>
<p>&#8220;อ่อ&#8230;แปดพันกว่าๆเอง&#8221;  พร้อมยื่นเอกสารปกแข็งให้ผมเรียบร้อย</p>
<p>ผมเปิดดูรายละเอียดแบบเร็วๆมองหาจำนวนเงินที่ถูกต้องแล้วเปิดกระเป๋าตังหยิบเงินให้เพื่อนผมไป </p>
<p>&#8220;ประกันนายเราไม่ซื้อ แต่ที่จ่ายเนี่ยเป็นการซื้อมุขขายประกันโหด มัน ฮา&#8230;.ทุเรศจริงๆทำกันได้ &#8220;</p>
<p>นี่ก็เพื่อนแปลกๆอีกคน<br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</p>
<p>เงิน เวลา หลักประกันชีวิต   สามองค์ประกอบของความมั่งคัง มันคงและความสุขสบายในชีวิต ที่เป็นของซื้อของขายมูลค่าสูงในเมืองกรุง  สินค้าระดับตัวแม่ที่มีผู้ขายมาก และผู้ซื้อก็มาก และบางทีผูขายนั้นแหละหลงกลกลายเป็นผู้ซื้อชั้นดีไปซะเอง</p>
<p>ทฤษฎี&#8221;เวลาคู่ขนาน&#8221;ของผม ตอบโจทย์เรื่องของการเป็นคนที่มีเวลามากที่สุดในโลก เพราะผมเก็บมันใว้ในต้นไม้หลายร้อยหลายพันต้น </p>
<p>ทฤษฎี&#8221;ต้นไม้ทองคำ&#8221; ของเพื่อนตุ้ม ตอบโจทย์เรื่องของเงินทอง ที่เพิ่มจำนวนขึ้นตามวันเวลาที่ผ่านไป&#8230;.เวลาที่อาจเป็นเหมือนสิ่งไร้ค่า และจับต้องไม่ได้และไม่คุ้นเคยของใครอีกหลายคน   มีเพียง&#8221;ดอกเบี้ย&#8221;เท่านั้นกระมัง ที่คนทั้งไปรับรู้ว่ามีจริงและจับต้องงตัวเงินนั้นได้ </p>
<p>&#8220;เบี้ย&#8221;เพียงเล็กน้อยที่ได้จากการผลิ&#8221;ดอก&#8221;ออกผลจากเงินก้อนใหญ่ที่เอาไป &#8220;ฝาก&#8221;ใว้กับธนาคาร ใยไม่จิ๊บจ๊อยด้วยค่าไปกว่า &#8220;ทองคำ&#8221; ที่ฝังอยู่ใน กิ่ง ก้าน ใบ ลำต้น ดอก ผล และราก ของ&#8221;ต้นไม้&#8221;เพียงต้นเดียว ที่ฝากใว้กับผืนแผ่นดิน</p>
<p>สองทฤษฎีข้างต้นเมื่อนำมารวมกันมันจะไปตอบโจทย์เรื่องหลักประกันในชีวิตได้อีกที&#8230;นี่ไม่นับรวมในมิติที่เราสามารถ มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตดีขึ้นจากการ ออกกำลังกาย กินอาหารเป็นยา(ไม่ได้กินยาเป็นอาหาร)ห่างไกลสารเคมี และมีที่พักผ่อนหย่อนใจอันร่มรื่น</p>
<p>ผมยังคงไม่หลงกลเป็นสมาชิกขายตรง แต่ยังคงจ่ายเบี้ยประกันมาอย่างต่อเนื่อง เพราะส่วนหนึ่งผมว่ามันดีกว่าประกันสังคมที่ชอบให้ยาห่วยๆและรอคิวนาน  ถ้าผมจัดการกับความเสียงทุกๆชนิดได้ด้วยตัวเอง ผมก็ไม่ต้องฝากชีวิตใว้กับใคร ไม่ต้องหางานที่เอาสวัสดิการมาเป็นตัวล่อ และผูกพันธะกับผมจนขยับตัวไปไหนไม่ได้</p>
<p>การเริ่มปลูกต้นไม้ สร้างสวนป่า จึงเหมือนการที่ผมสร้างคลังแสงย่อมๆ ที่มีทุกๆอย่างใว้รับมือกับสภาพแวดล้อมและสังคมที่กำลังแปรเปลี่ยนและบิดเบี้ยวไปทุกวัน  </p>
<p>เวลาที่ผ่านไปในแต่ละนาที ยิ่งเพิ่มเติมความแข็งแกร่งให้ชีวิต  หากใครที่เคยปลูกต้นไม้ และเรียนรู้ว่า &#8220;เวลา&#8221;มันทำงานยังไงกับต้นไม้ ผมเชื่อว่า ทุกคนคงรู้สึกไม่ต่างจากผม  ผมรู้ว่าปีนึง&#8221;อะไรเกิดขึ้นได้บ้าง&#8221; การหมุนเวียนครบรอบฤดูหนึ่งกาล  ทำให้สรรพสิ่งงอกงามอย่างสุขใจ  ภาพที่เคยเกิด ภาพต้นกล้าที่เติบโตเป็นร่มไม้ใหญ่ จะเกิดขึ้นอีกๆๆ เพื่อช่วยต่อเติมความสุขให้กับคนปลูก ปีแล้วปีเล่า</p>
<p>กล้าไม้นับพันข้างบ้าน รอคิวยั่งรากลงผืนดินอีกนับไม่ถ้วน แต่ &#8220;ที่ว่าง&#8221; ในดินแดนมหัศจรรย์ กลับเหลือไม่มาก หากยึดตามหลักการเพาะปลูกให้ได้ประสิทธิภาพ  </p>
<p>ปลูกไม้ป่าหนึ่งไร่ ได้ร้อยต้น เป็นหลักการที่เขาว่าไว้ว่าดีที่สุด(ตามหลักคำนวนปริมาตรเนื้อและหน้าไม้ต่อต้น) บ้างก็ว่า ยัดได้ถึงสามร้อยต้น ก็ยังได้ปริมาตรไม้เท่าเดิม แต่ได้หน้าไม้ไม่ใหญ่ ต้นใหญ่ๆร้อยต้นหรือ กับต้นกลางๆสามร้อย ให้เลือกเอา </p>
<p>ผมเลือก&#8230;.. ต้นเล็กบ้างและใหญ่บ้างห้าร้อยต้น ต่อหนึ่งไร่ ที่อุดมไปต้วยความหลากหลายหลายร้อยชนิด มีทั้งให้ดอก ให้ใบ ให้ผล ให้เนื้อไม้ และให้ความอุดมสมบูรณ์แบบป่าจริงๆที่เป็นที่พักพิงและพึ่งพิงของสิ่งมีชีวิตทุกๆชนิดที่ผ่านเข้ามาอาศัย เป็นป่าห้าระดับที่ตอบโจทย์ที่ไม่ใช่แค่เรื่องเงินทอง  แต่เป็นเรื่องต่อระบบชีวิตที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น</p>
<p>ผมจึงเริ่มปลูก ต่อไป ตามที่ว่างที่ยังพอมีเหลือ</p>
<p>&#8220;ที่ว่าง&#8221;  ที่เริ่มหาได้ยาก  และมี &#8220;เวลา&#8221; ที่จะเริ่มออกนับตั้งแต่วินาทีแรกที่ปลูกกล้าไม้น้อยๆลงไป</p>
<p>&#8220;นายทำพร้อมงานประจำก็ได้นี่&#8221;  เสียงเพื่อนคนนั้นดังขึ้นแผ่วๆ เมื่อครั้งไปปลูกต้นไม้ที่ผ่านมา</p>
<p>&#8220;ก็กำลังทำอยูนี่ไง ปลูกเงิน และเวลา ลงหลุมเดียวกันอยู่&#8230;.และเป็นมรดกตกให้ลูกหลานได้ด้วยนะ&#8230;&#8221; </p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suppapong.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suppapong.wordpress.com/277/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suppapong.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suppapong.wordpress.com/277/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suppapong.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suppapong.wordpress.com/277/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suppapong.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suppapong.wordpress.com/277/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suppapong.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suppapong.wordpress.com/277/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suppapong.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suppapong.wordpress.com/277/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suppapong.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suppapong.wordpress.com/277/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=277&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/14/spacetime-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">tumtump</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>สองปี&#8230;ที่ไม่เสียไป</title>
		<link>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/12/%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/12/%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 12 Sep 2010 15:33:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tumtump</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suppapong.wordpress.com/?p=273</guid>
		<description><![CDATA[24 เงินเดือนขึ้นสี่ร้อยบาทถ้วน&#8230;.มากที่สุดในบริษัทช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปีสี่ศูนย์&#8230;..สูญเสียศูนย์ไปอีกตัวที่ควรจะได้สักสี่พันตามที่เจ้านายเคยรับปากใว้ ว่าผ่านปีใหม่จะขึ้นให้ตามที่ได้ตกลงกัน(ปากเปล่า) ใครๆในบริษัทต่างบ่นโอดครวญเรื่องรายได้ที่แทบไม่บ่งบอกถึงความก้าวหน้า และมองไม่เห็นอนาคตว่า แล้วปีหน้าเล่าจะขยับขึ้นได้อีกสักกี่ร้อย ไม่ต้องพูดถึงนิยายขายฝันเรื่องบ้าน เรื่องรถ ทำงานอีกสิบปีก็ไม่แน่ว่าจะเอื้อมมือไปถึงกันง่ายๆเหมือนก่อน ตัวชี้วัดอนาคตในตอนนั้น ดูได้จากอัตราเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น ปีต่อปี มันบอกได้แม้กระทั่งว่า &#8220;เราจะครอบครองตู้เย็นใหม่ได้เมื่อไหร่&#8221; เพื่อนหลายคนยังอุตส่าห์ให้กำลังใจ ว่าไม่โดน&#8221;เลย์ออฟ&#8221; ก็บุญหนักหนาแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าอำนาจแห่ง&#8221;ทุน&#8221; สามารถสยบให้คนรู้จักกับ &#8220;การเจียมตัว&#8221; หรืออนาคตของมนุษย์เงินเดือนคนนึงจะไม่ต่างไปจากตุ๊กตาที่ถูกแขวนผูกใว้ด้วยเชือกบางๆที่เหยียดยาวโยงใยอย่างซับซ้อน จนคาดเดาไม่ได้&#8230;ว่าสุดปลายสายเชือกนั้นมันอยู่ที่แห่งไหนและมัดยึดกับอะไรใว้ ถ้าหยั่งรู้กันได้คงไม่ล้มตึงกันเหมือนคราวนั้น ผมกลายเป็นแค่เฟืองตัวเล็กกระจิ๋วเดียว ในสังคมสมัยที่ระบบการศึกษาผลิตคนออกมาเพื่อรับใช้ผู้อื่น มิใช่รับใช้ตนเอง ไม่มีใครจ้างก็อยู่ไม่ได้ ทำอย่างอื่นไม่เป็น ทำ&#8221;เงิน&#8221;เป็นอย่างเดียว(แล้วอยากได้อะไรก็ซื้อเอา) และในช่วงเวลาเดียวกัน &#8220;สวรรค์&#8221;ก็ประทานทางออกที่เรียบง่าย และง่ายๆ ให้มาเป็นทางเลือกเพื่อหยุดยั้งและป้องกัน &#8220;ภัย&#8221; ที่เรามองไม่เห็น แต่เสียงจากสวรรค์ที่แม้จะก้องกังวานไปทั่วแผ่นดินไทย หากกลับไม่ได้รับการนำเอาเนื้อหาจากเสียงนั้นไปขบคิด ปรับประยุกต์และลงมือกระทำอย่างแพร่หลาย เพราะเนื่องจากเป็นเสียงที่บอกถึงแผนการ&#8221;ป้องกัน&#8221;ในระยะยาว ไม่ใช่&#8221;การแก้ไขเบ็ดเสร็จให้ใด้ในวันนี้ เหมือนยาฝรั่งหรือเคมีการเกษตร&#8221; ไม่ทันใจ จึงดูไม่ต่างจากเสียงที่ถูกส่งผ่านมากับเทพนิยาย ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันเป็นจริง และดูเหมือนจะเป็นการถอยหลังเข้าคลอง ในสายตาของคนเมือง คนที่ถูกสังคมทุน ครอบงำเสียจนหูอื้อตาลาย หลายคนมีบุญ ปิ๊งแว้บ คิดได้ทันที ลงมือกระทำจนสำเร็จหลุดพ้น กลายเป็นปราชญ์ เป็นผู้นำชุมชนอย่าที่เราได้เห็นกันในวันนี้ โดยส่วนตัว [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=273&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>24 </p>
<p>เงินเดือนขึ้นสี่ร้อยบาทถ้วน&#8230;.มากที่สุดในบริษัทช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปีสี่ศูนย์&#8230;..สูญเสียศูนย์ไปอีกตัวที่ควรจะได้สักสี่พันตามที่เจ้านายเคยรับปากใว้  ว่าผ่านปีใหม่จะขึ้นให้ตามที่ได้ตกลงกัน(ปากเปล่า)  ใครๆในบริษัทต่างบ่นโอดครวญเรื่องรายได้ที่แทบไม่บ่งบอกถึงความก้าวหน้า และมองไม่เห็นอนาคตว่า แล้วปีหน้าเล่าจะขยับขึ้นได้อีกสักกี่ร้อย ไม่ต้องพูดถึงนิยายขายฝันเรื่องบ้าน  เรื่องรถ ทำงานอีกสิบปีก็ไม่แน่ว่าจะเอื้อมมือไปถึงกันง่ายๆเหมือนก่อน</p>
<p>ตัวชี้วัดอนาคตในตอนนั้น ดูได้จากอัตราเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น ปีต่อปี มันบอกได้แม้กระทั่งว่า &#8220;เราจะครอบครองตู้เย็นใหม่ได้เมื่อไหร่&#8221; เพื่อนหลายคนยังอุตส่าห์ให้กำลังใจ ว่าไม่โดน&#8221;เลย์ออฟ&#8221; ก็บุญหนักหนาแล้ว</p>
<p>ไม่น่าเชื่อว่าอำนาจแห่ง&#8221;ทุน&#8221; สามารถสยบให้คนรู้จักกับ &#8220;การเจียมตัว&#8221;  </p>
<p>หรืออนาคตของมนุษย์เงินเดือนคนนึงจะไม่ต่างไปจากตุ๊กตาที่ถูกแขวนผูกใว้ด้วยเชือกบางๆที่เหยียดยาวโยงใยอย่างซับซ้อน  จนคาดเดาไม่ได้&#8230;ว่าสุดปลายสายเชือกนั้นมันอยู่ที่แห่งไหนและมัดยึดกับอะไรใว้  ถ้าหยั่งรู้กันได้คงไม่ล้มตึงกันเหมือนคราวนั้น </p>
<p>ผมกลายเป็นแค่เฟืองตัวเล็กกระจิ๋วเดียว ในสังคมสมัยที่ระบบการศึกษาผลิตคนออกมาเพื่อรับใช้ผู้อื่น มิใช่รับใช้ตนเอง ไม่มีใครจ้างก็อยู่ไม่ได้  ทำอย่างอื่นไม่เป็น ทำ&#8221;เงิน&#8221;เป็นอย่างเดียว(แล้วอยากได้อะไรก็ซื้อเอา)</p>
<p>และในช่วงเวลาเดียวกัน &#8220;สวรรค์&#8221;ก็ประทานทางออกที่เรียบง่าย และง่ายๆ ให้มาเป็นทางเลือกเพื่อหยุดยั้งและป้องกัน &#8220;ภัย&#8221; ที่เรามองไม่เห็น แต่เสียงจากสวรรค์ที่แม้จะก้องกังวานไปทั่วแผ่นดินไทย  หากกลับไม่ได้รับการนำเอาเนื้อหาจากเสียงนั้นไปขบคิด ปรับประยุกต์และลงมือกระทำอย่างแพร่หลาย เพราะเนื่องจากเป็นเสียงที่บอกถึงแผนการ&#8221;ป้องกัน&#8221;ในระยะยาว ไม่ใช่&#8221;การแก้ไขเบ็ดเสร็จให้ใด้ในวันนี้ เหมือนยาฝรั่งหรือเคมีการเกษตร&#8221; ไม่ทันใจ จึงดูไม่ต่างจากเสียงที่ถูกส่งผ่านมากับเทพนิยาย ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันเป็นจริง และดูเหมือนจะเป็นการถอยหลังเข้าคลอง ในสายตาของคนเมือง คนที่ถูกสังคมทุน ครอบงำเสียจนหูอื้อตาลาย</p>
<p>หลายคนมีบุญ ปิ๊งแว้บ คิดได้ทันที ลงมือกระทำจนสำเร็จหลุดพ้น กลายเป็นปราชญ์ เป็นผู้นำชุมชนอย่าที่เราได้เห็นกันในวันนี้</p>
<p>โดยส่วนตัว แม้ผมจะไม่ปฏิเสธ(เพราะผมชอบเทพนิยาย และหูไวพอจะรับฟังเสียงจากสวรรค์ได้) แต่ก็ยังคงนิ่งเฉย และยังลังเลต่อการน้อมนำมาปฏิบัติจริง  ของดีที่ว่ายังคงเป็นสิ่งไม่คุ้นมือ แม้จะเคยคุ้นตาในสมัยเด็กๆยามไปเยี่ยมปู่ย่าตายายที่ต่างจังหวัด  </p>
<p>ตอนนั้นดูเหมือนสังคมจะบอกว่า เป็นความล้าหลัง และหากจะลงมือทำก็เพียงเพื่อที่จะอยู่รอด  ไม่ใช่ร่ำรวย</p>
<p>ก็เพราะถูกหล่อหลอมมาว่า เงิน เท่านั้นที่เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของชีวิต ยุคนั้นเขาอวดกันที่เงินเดือนเท่าไหร่ หาเงินได้ปีละเท่าไหร่ จึงไม่แปลกว่าแต่ละวันที่ผ่านไป คล้ายกับการวิ่งไล่จับตัวเลขหลายๆหลักมาครอบครอง เพื่อความสุขกายและสุขใจที่จะอวดอ้างตนได้ว่า &#8220;ตัวเลขข้าเหนือกว่า&#8221;</p>
<p>มันน่าตบกระโหลกตัวเองแรงๆสักสิบที เพราะอีกสิบปีหลังจากนั้น  ผมคนเดิมต้องมานั่งบ่นเสียดาย &#8220;หลายปีที่หายไป&#8221;  </p>
<p>&#8220;ถ้ากูปลูกต้นไม้ใว้สักร้อย  ป่านนี้&#8230;&#8230;&#8230;..&#8221;</p>
<p>นั่นคือเสียงตัวเองบ่นกับตัวเองในสำนึกแรก เมื่อวันที่ผมได้เริ่มปลูกต้นไม้ในดินแดนมหัศจรรย์เมื่อสองปีที่แล้ว(เพราะอันที่จริงมันสามารถทำคู่ขนานกันไปได้ไม่ใช่เหรอ)</p>
<p>ใช่&#8230;ป่านนี้คงไม่ร้อนหน้า  ร้อนหลัง พอมีอะไรให้เป็นร่มเงาหลบแดด  มีไม้ใว้สร้างเพิงพัก ผูกเปลนอน กางเต๊นท์ ฯลฯ&#8230;..ประโยชน์ที่มากมายของ&#8221;ป่า&#8221;</p>
<p>ตั้งแต่วันนั้น ผมบอกกับตัวเองว่า &#8220;นาทีเดียว ก็จะไม่ยอมเสียมันไปอีก&#8221; </p>
<p>แม้วันนั้นผมจะยังไม่รู้หรอกว่า  ปีๆหนึ่ง &#8220;เวลา&#8221; มันมีอิทธิฤทธิ์ขนาดไหน มันสามารถเสกสร้างร่มไม้และทำลายวัยเยาว์ของมนุษย์ได้ขนาดไหน</p>
<p>เราแก่ลงทุกวัน ในขณะที่ต้นไม้จะโตขึ้นไปเรื่อยๆอีกหลายเท่าของเวลามุษย์ ในโลกใบเดียวกัน </p>
<p>ฌ็อง ฌิโอโน นักคิดนักเขียนที่มีนิเวศทรรศน์   เคยบอกว่า  &#8220;งานปลูกต้นไม้&#8221; ซึ่งเป็นงานเล็ก ๆที่ดูธรรมดาสามัญเสียจนไม่มีใครใส่ใจ ทั้งที่งานปลูกต้นไม้เป็น &#8220;งานจริง&#8221; ที่ยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับ &#8220;การรังสรรค์&#8221; ของพระเจ้าเลยทีเดียว</p>
<p>เช่นกันกับที่ลุง ฟูกุโอกะ ได้กล่าวไว้ว่า “เป้าหมายสูงสุดของการเกษตรกรรมไม่ใช่การเพาะปลูกพืช แต่คือการบ่มเพาะความอุดมสมบูรณ์แห่งความเป็นมนุษย์” &#8230;</p>
<p>แหม&#8230;ฟังดูแล้วมันช่างฮึกเหิมเสียจริงๆ </p>
<p>นาทีนั้นผมมีแค่สองมือกับใจที่เกินร้อย(ไม่สิ..จริงๆมีสี่มือ) ไม่คิดอะไรให้มันมากเกิน  แค่ลงมือกระทำ(เท่าที่จำเป็นก่อน) แล้วที่เหลือก็จะตามมาเอง  </p>
<p>วันนี้..สองปี(กับอีกสองเดือน)แล้วครับ ที่ผมเก็บทุกนาทีที่ผ่านไปใว้กับต้นไม้น้อยใหญ่แต่ละต้น ในดินแดนมหัศจรรย์  คำตอบของชีวิตบางอย่างได้ถูกบอกเล่าผ่านหยาดฝน สายลม แสงแดด  และลำนำกวีอันไพเราะทว่าเงียบกริบของธรรมชาติ </p>
<p>ในที่สุด&#8230;.ป่าอันร่มรื่น ก็บังเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนั้น</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suppapong.wordpress.com/273/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suppapong.wordpress.com/273/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suppapong.wordpress.com/273/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suppapong.wordpress.com/273/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suppapong.wordpress.com/273/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suppapong.wordpress.com/273/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suppapong.wordpress.com/273/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suppapong.wordpress.com/273/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suppapong.wordpress.com/273/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suppapong.wordpress.com/273/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suppapong.wordpress.com/273/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suppapong.wordpress.com/273/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suppapong.wordpress.com/273/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suppapong.wordpress.com/273/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=273&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/12/%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">tumtump</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>คนหลงป่า</title>
		<link>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/08/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/08/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Sep 2010 17:23:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tumtump</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suppapong.wordpress.com/?p=271</guid>
		<description><![CDATA[22 ทำไมไม่ใช่ข้าว ไม่ใช่กล้วย ไม่ใช่ผัก หรือผลไม้ หรือของกินได้อื่นๆ ทำไมต้องเริ่มจาก&#8221;ป่า&#8221; ผมถามตัวผมเอง&#8230;.. หากตัดเหตุผลในเชิง&#8221;คุณค่า&#8221; ที่เป็นความสุขทางใจ อุดมการณ์ หรือความสุขสบายทางกายภาพที่ป่าเล็กๆผืนหนึ่งจะมอบกลับให้แก่เจ้าของและสองมือที่บรรจงปลูกกล้าลงดิน ไปพร้อมๆกับปลูกจิตสำนึกหรือปลูกป่าลงในใจตนแล้ว มิติในเรื่องความสมเหตุสมผลทาง(การอยู่รอดได้ใน)สังคม และเศรษฐศาสตร์ส่วนบุคคลก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ใช่&#8230;ผมควรจะเริ่มที่ &#8220;ป่า&#8221; (มันอาจจะเหมาะกับผมที่สุดกระมัง) จะปลูกอะไรได้ในเมื่อสามารถมาได้แค่เดือนละครั้ง แน่นอนที่สุดมันต้องเป็นอะไรที่ ต้นทุนไม่สูงและทนทาน ผมคิดว่าการเริ่มต้นที่ป่าน่าจะเป็นอะไรที่เหมาะสมกับผมที่สุด ต้นกล้าราคาหลักบาท ที่ตอบโจทย์มือใหม่ ปลูกตายได้ไม่จำกัด ปุ๋ยยาไม่ต้อง ระบบน้ำที่ต้องพึ่งพลังงานก็ยังไม่ต้อง ใครแข่งแกร่งกว่า ต้นนั้นอยู่รอด ที่สำคัญกว่านั้นในเมื่อมันเป็นไม้ป่าที่ไม่ได้ให้ผล และผลผลิตใดอย่างเป็นรูปธรรม(แต่ผลผลิตแฝงบางทีอาจสูงค่าอย่างไม่น่าเชื่อ) มันเป็นหลักประกันว่า &#8220;เพลี้ยกระสอบ&#8221; อาจไม่คุ้นชินต่อแปลงปลูกประเภทนี้ และกว่าเพลี้ยพวกนี้จะคุ้นเคยและมีความรู้มาพอที่จะมาลงเก็บเกี่ยวผลผลิต(ที่อาจแอบแฝงมากับอะไรที่ไม่ใช่แค่ลูกผล อาจเป็น ต้น ใบ เปลือก ราก หรือแม้กระทั่งเห็ดมีราคาต่างๆที่กำลังจะตามมา) ป่านนั้นเพื่อนบ้านและกัลยาณมิตร คงต่างช่วยกันเป็นรั้วสังคม ที่ช่วยประคองป้องกันภัยจากคนพวกนี้กันเป็นแน่ ดีไม่ดี &#8220;ป่า&#8221; อาจเปลี่ยนเพลี้ยให้กลับกลายเป็นมนุษย์ได้เหมือนเดิม เริ่มต้นด้วยป่า ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเพียงแค่ปลูกไม้ป่าเพียงอย่างเดียว แนวคิดในการแปลงไม้ผลกลายเป็นไม้ป่าก็เริ่มขึ้น แต่ไม่ได้ด้วยหลักวิชาการ หรือวิธีดัดแปลงพันธุกรรมทางวิทยาศาตร์ ผมแปลงมันด้วยจินตนาการของวัยเด็ก การเล่นเดินป่าแล้วหาของกิน เป็นเกมสุดโปรดที่ผมมักชวนเพื่อนๆพี่น้องมาร่วมเล่นในวัยเด็ก [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=271&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>22  </p>
<p>ทำไมไม่ใช่ข้าว ไม่ใช่กล้วย ไม่ใช่ผัก หรือผลไม้  หรือของกินได้อื่นๆ  ทำไมต้องเริ่มจาก&#8221;ป่า&#8221;</p>
<p>ผมถามตัวผมเอง&#8230;..</p>
<p>หากตัดเหตุผลในเชิง&#8221;คุณค่า&#8221; ที่เป็นความสุขทางใจ อุดมการณ์ หรือความสุขสบายทางกายภาพที่ป่าเล็กๆผืนหนึ่งจะมอบกลับให้แก่เจ้าของและสองมือที่บรรจงปลูกกล้าลงดิน ไปพร้อมๆกับปลูกจิตสำนึกหรือปลูกป่าลงในใจตนแล้ว</p>
<p>มิติในเรื่องความสมเหตุสมผลทาง(การอยู่รอดได้ใน)สังคม และเศรษฐศาสตร์ส่วนบุคคลก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ</p>
<p>ใช่&#8230;ผมควรจะเริ่มที่ &#8220;ป่า&#8221;  (มันอาจจะเหมาะกับผมที่สุดกระมัง)</p>
<p>จะปลูกอะไรได้ในเมื่อสามารถมาได้แค่เดือนละครั้ง  แน่นอนที่สุดมันต้องเป็นอะไรที่ ต้นทุนไม่สูงและทนทาน  ผมคิดว่าการเริ่มต้นที่ป่าน่าจะเป็นอะไรที่เหมาะสมกับผมที่สุด</p>
<p>ต้นกล้าราคาหลักบาท ที่ตอบโจทย์มือใหม่ ปลูกตายได้ไม่จำกัด  ปุ๋ยยาไม่ต้อง ระบบน้ำที่ต้องพึ่งพลังงานก็ยังไม่ต้อง  ใครแข่งแกร่งกว่า ต้นนั้นอยู่รอด</p>
<p>ที่สำคัญกว่านั้นในเมื่อมันเป็นไม้ป่าที่ไม่ได้ให้ผล และผลผลิตใดอย่างเป็นรูปธรรม(แต่ผลผลิตแฝงบางทีอาจสูงค่าอย่างไม่น่าเชื่อ) มันเป็นหลักประกันว่า &#8220;เพลี้ยกระสอบ&#8221; อาจไม่คุ้นชินต่อแปลงปลูกประเภทนี้  และกว่าเพลี้ยพวกนี้จะคุ้นเคยและมีความรู้มาพอที่จะมาลงเก็บเกี่ยวผลผลิต(ที่อาจแอบแฝงมากับอะไรที่ไม่ใช่แค่ลูกผล อาจเป็น ต้น ใบ เปลือก ราก หรือแม้กระทั่งเห็ดมีราคาต่างๆที่กำลังจะตามมา) ป่านนั้นเพื่อนบ้านและกัลยาณมิตร คงต่างช่วยกันเป็นรั้วสังคม ที่ช่วยประคองป้องกันภัยจากคนพวกนี้กันเป็นแน่</p>
<p>ดีไม่ดี &#8220;ป่า&#8221; อาจเปลี่ยนเพลี้ยให้กลับกลายเป็นมนุษย์ได้เหมือนเดิม</p>
<p>เริ่มต้นด้วยป่า ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเพียงแค่ปลูกไม้ป่าเพียงอย่างเดียว  แนวคิดในการแปลงไม้ผลกลายเป็นไม้ป่าก็เริ่มขึ้น แต่ไม่ได้ด้วยหลักวิชาการ หรือวิธีดัดแปลงพันธุกรรมทางวิทยาศาตร์</p>
<p>ผมแปลงมันด้วยจินตนาการของวัยเด็ก การเล่นเดินป่าแล้วหาของกิน เป็นเกมสุดโปรดที่ผมมักชวนเพื่อนๆพี่น้องมาร่วมเล่นในวัยเด็ก</p>
<p>&#8220;อะไรบ้างที่กินได้&#8221; ปลูกแทรกเอาใว้หมด ให้เหมือนบังเอิญเดินหลงป่าแล้วเจอของกิน แค่คิดก็สนุกกันตั้งแต่ก่อนปลูกแล้ว  และด้วยการปลูกตามจินตนาการในนิทานแบบนี้ เด็กสนุก แต่เพลี้ยกระสอบอาจไม่สนุกไปด้วย เพราะอาจต้องเดินวนหานานหน่อ&#8230;.แต่ช่วยไม่ได้ จะลักขโมยอะไรในดินแดนมหัศจรรย์  &#8220;มันต้องมีจินตนาการ&#8221;</p>
<p>จากการปลูกป่าก่อน แล้วจึงปลูกไม้ผล ทำให้ผมกล้าที่จะทดลองว่า พื้นที่บางแห่งแม้จะไม่สามารถปลูกไม่ผลบางชนิดได้ แต่เมื่อมีป่า  บางทีอะไรๆก็อาจเกิดขึ้นได้  เช่น ทุเรียน ลองกอง สะตอ จากทางใต้ ที่ผมเคยปลูกแล้วตายในปีแรกที่ป่ายังไม่โตพอ  อาจงอกงามได้ดีในปีนี้ก็เป็นได้</p>
<p>ไผ่ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเห็นงอกงามในดินแดนแห่งนี้  ต้นไม้สารพัดประโยชน์ ที่ในตอนเริ่มแรกผมพลาดอย่างน่าสียดายที่ไม่ได้ปลูกใว้เลย ในปีที่สองผมลงใว้บ้างเพื่อใช้สอย และในปีที่สามนี้ผมตั้งใจจะลงให้เต็มพื้นที่ที่เหลือ  รวมถึงแทรกอยู่ในดงป่าที่โตดีแล้วบางส่วน</p>
<p>เพราะหน่อไม้ เป็นอาหารอีกอย่างที่เกมเด็กหลงป่าของผมจะต้องมีใว้ทำอาหาร&#8230;และแน่นอน มันควรเป็นไผ่บงหวาน  ที่กินดิบแล้วไม่ขม</p>
<p>เห็นได้ชัดว่าถ้าดูจากรายการของต้นไม้ที่ปลูก ไม่ได้มีอะไรที่จะส่อให้เห็นเค้าลางทางเศรษฐศาสตร์  ที่จะแปรเป็นตัวเงินกลับคืนสู่ผมเลย&#8230;.หรือว่าผมรวยอยู่แล้ว เลยไม่ได้ทำเกษตรเพื่อหวังเงินทอง</p>
<p>ตอบ&#8230;.ไม่รวยครับ และยังต้องทำงาน(ที่ยังรักอยู่)ในเมืองเหมือนคนปกติทั่วๆไป  เพียงแต่ผมพยายามผสานสองสิ่งให้เข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกันให้ได้ในเบื้องต้นก่อน เพื่อที่ว่า  ผมจะได้ไม่ต้อง &#8220;เลือกทันทีและเดี๋ยวนี้&#8221; ว่าจะดำรงชีวิตด้วยอะไร</p>
<p>แค่หาทางออกให้มันไปด้วยกันได้อย่างราบรื่น  และเป็นไปได้จริง </p>
<p>ก่อนผมจะว่ายน้ำได้ผมลงไปแช่น้ำอยู่เฉยๆกระโดดขึ้นกระโดดลงอยู่ตั้งนาน เมื่อคุ้นเคยกับน้ำหนักตัวในน้ำและจังหวะหายใจดีพอ ร่วมสองปี  ผมจึงออกว่าย และว่ายน้ำเป็นในที่สุด </p>
<p>การปลูกป่าของผมก็เป็นดั่งเช่นการลงไปแช่น้ำเย็นๆ ก่อนจะหัดว่าย&#8230;..ง่ายๆ  ไม่เหนื่อย และสนุกสนาน  </p>
<p>แต่ถึงยังไงผมก็ไม่ใช่ปลา เพียงแต่ขอมีความสามารถอย่างปลา  เพื่อที่ผมจะอยู่ได้ในสองโลกที่แตกต่างอย่างเป็นหนึ่งเดียว</p>
<p>ใครก็ตามที่ยังรักในงานที่ทำ(เพื่อให้ได้เงิน)และหวังจะสร้างหลักประกันชีวิตที่ยั่งยืนไปพร้อมๆกัน</p>
<p>ลองเริ่มต้นด้วย &#8220;ป่า&#8221; ดูนะครับ</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suppapong.wordpress.com/271/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suppapong.wordpress.com/271/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suppapong.wordpress.com/271/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suppapong.wordpress.com/271/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suppapong.wordpress.com/271/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suppapong.wordpress.com/271/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suppapong.wordpress.com/271/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suppapong.wordpress.com/271/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suppapong.wordpress.com/271/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suppapong.wordpress.com/271/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suppapong.wordpress.com/271/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suppapong.wordpress.com/271/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suppapong.wordpress.com/271/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suppapong.wordpress.com/271/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=271&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/08/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">tumtump</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ทุนนิยม&#8230;..ถ้ายังคงอยู่</title>
		<link>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/07/%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/07/%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Sep 2010 06:20:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tumtump</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suppapong.wordpress.com/?p=269</guid>
		<description><![CDATA[21 สังคมเมืองอันน่าเหน็ดเหนื่อย ผมมองภาพเด็กนักเรียนหน้าตาสะลึมสะลือโหนรถเมล์โตงเตงในตอนเช้า และนั่งหลับสับปะหงก เหงื่อไหลไคลย้อย หัวคลอนไปมาบนรถประจำทาง(ไม่ปรับอากาศ)ในยามบ่ายแก่ๆ ดูแล้วอดเห็นใจในชีวิตประจำวันอันแสนบีบรัดไม่ได้ ภาพหนุ่มสาวในวัยทำงานในช่วงชีวิตที่กำลังจะรุ่งโรจน์&#8230;ใยไม่ต่างกัน ภาพเดียวกัน ต่างกันเพียงแค่วัย และจุดมุ่งหมายในการออกเดินทางออกจากบ้านในทุกเช้าของวันทำงาน(และวันเรียน) ผมไม่ขอเอ่ยถึงกลุ่มที่สูงวัยกว่านั้น เพราะบ้างอาจมีรายได้เพียงพอต่อการนั่งรถปรับอากาศ รถไฟฟ้า บ้างอาจมีรถขับแอร์เย็นเฉียบ และบ้างอาจมั่งมีพอที่จะจ้างสารถีมาขับให้ได้สบายๆ ซึ่งนั่นเป็นผลมาจากการอดรนทนต่อสภาพที่ว่า มาแต่เก่าก่อน&#8230;.ถึงเวลาได้กินบุญที่สั่งสมมาเสียที ภาพหลอนอันหดหู่ที่กำลังจะเกิดวนเวียนกับคนรุ่นต่อไป&#8230;&#8230;สู้ให้เหนื่อยกับการเดินเท้าไปโรงเรียนสี่ห้ากิโลแบบคนรุ่นก่อนก็ไม่ได้ อย่างน้อย ได้ออกกำลังกายและเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัวไประหว่างทาง เชิดหน้าปะทะไอหมอกให้เปียกเล่นยังเย็นสบายสดชื่นกว่าสูดควันดำหน้าแห้งอยู่บนถนนในเมืองกรุง &#8220;เหตุผลหนึ่งที่คนเมืองกลัวการมีลูก การเข็ดขยาดกับชีวิตยากๆ และสภาพแวดล้อมที่แย่ลงทุกวันเป็นข้ออ้างต้นๆของแผนการลดประชากรอันชั่วร้ายและแยบยลของทุนนิยม&#8221; &#8220;เกี่ยวกันไหมเนี่ยตุ้มทุนนิยมกับการมีลูก&#8221; ใช่&#8230;ผมกำลังสนทนากับ ตุ้มเพื่อนรัก &#8220;เกี่ยวอย่ายิ่ง&#8221; &#8220;จะตั้งทฤษฎีใหม่ว่างั้น&#8221; &#8220;เปล่า รู้มาจากแหล่งข่าวอีกที รู้จักไหม รายงานลูกาโน่&#8221; &#8220;รู้จักแต่นีโน่ คนขี้เหงา&#8221; &#8220;&#8230;&#8230;..อย่ารู้มันเลยเรื่องดีๆน่ะ&#8221; &#8220;โอเคๆ ขอโทษที&#8230; เมื่อกี๊ว่าไงนะ เรื่องรายงานนีโน่&#8221; &#8220;ลูกาโน่&#8221; &#8220;อ่อ&#8230;.เออ&#8221; &#8220;สรุปให้ฟังเลยแล้วกัน สมมุติว่าใครคนหนึ่งที่มั่งคั่งได้จากการค้าในโลกเสรี(แต่ไม่เสรีจริงอย่างที่เราๆรู้กันอยู่)ภายใต้ระบบทุนนิยมที่รุนแรงในยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร แล้วเขาเกิดหวั่นใจขึ้นมาว่าท้ายที่สุดระบบนี้อาจล่มสลายไปเหมือนกับลัทธิคอมมิวนิสต์ หรือมาร์กซิสต์เคยเป็นมา เขาคนนั้นจึงหาวิธีศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้คำที่ตอบว่า ทำอย่างไร ทุนนิยม จะอยู่รอดต่อไปได้ตลอดศตวรรษนี้&#8230;.และดันได้คำตอบนั้นขึ้นมา อยากรู้มั๊ย ว่าคำตอบนั้นคืออะไร&#8221; &#8220;ลดจำนวนประชากรไง&#8221; &#8220;รู้ได้ไง&#8221; [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=269&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>21  </p>
<p>สังคมเมืองอันน่าเหน็ดเหนื่อย ผมมองภาพเด็กนักเรียนหน้าตาสะลึมสะลือโหนรถเมล์โตงเตงในตอนเช้า และนั่งหลับสับปะหงก เหงื่อไหลไคลย้อย หัวคลอนไปมาบนรถประจำทาง(ไม่ปรับอากาศ)ในยามบ่ายแก่ๆ  ดูแล้วอดเห็นใจในชีวิตประจำวันอันแสนบีบรัดไม่ได้</p>
<p>ภาพหนุ่มสาวในวัยทำงานในช่วงชีวิตที่กำลังจะรุ่งโรจน์&#8230;ใยไม่ต่างกัน  ภาพเดียวกัน ต่างกันเพียงแค่วัย  และจุดมุ่งหมายในการออกเดินทางออกจากบ้านในทุกเช้าของวันทำงาน(และวันเรียน)</p>
<p>ผมไม่ขอเอ่ยถึงกลุ่มที่สูงวัยกว่านั้น เพราะบ้างอาจมีรายได้เพียงพอต่อการนั่งรถปรับอากาศ รถไฟฟ้า บ้างอาจมีรถขับแอร์เย็นเฉียบ และบ้างอาจมั่งมีพอที่จะจ้างสารถีมาขับให้ได้สบายๆ   ซึ่งนั่นเป็นผลมาจากการอดรนทนต่อสภาพที่ว่า มาแต่เก่าก่อน&#8230;.ถึงเวลาได้กินบุญที่สั่งสมมาเสียที</p>
<p>ภาพหลอนอันหดหู่ที่กำลังจะเกิดวนเวียนกับคนรุ่นต่อไป&#8230;&#8230;สู้ให้เหนื่อยกับการเดินเท้าไปโรงเรียนสี่ห้ากิโลแบบคนรุ่นก่อนก็ไม่ได้ อย่างน้อย ได้ออกกำลังกายและเรียนรู้ธรรมชาติรอบตัวไประหว่างทาง  เชิดหน้าปะทะไอหมอกให้เปียกเล่นยังเย็นสบายสดชื่นกว่าสูดควันดำหน้าแห้งอยู่บนถนนในเมืองกรุง</p>
<p>&#8220;เหตุผลหนึ่งที่คนเมืองกลัวการมีลูก การเข็ดขยาดกับชีวิตยากๆ  และสภาพแวดล้อมที่แย่ลงทุกวันเป็นข้ออ้างต้นๆของแผนการลดประชากรอันชั่วร้ายและแยบยลของทุนนิยม&#8221;</p>
<p>&#8220;เกี่ยวกันไหมเนี่ยตุ้มทุนนิยมกับการมีลูก&#8221;</p>
<p>ใช่&#8230;ผมกำลังสนทนากับ ตุ้มเพื่อนรัก</p>
<p>&#8220;เกี่ยวอย่ายิ่ง&#8221;</p>
<p>&#8220;จะตั้งทฤษฎีใหม่ว่างั้น&#8221;</p>
<p>&#8220;เปล่า รู้มาจากแหล่งข่าวอีกที  รู้จักไหม รายงานลูกาโน่&#8221; </p>
<p>&#8220;รู้จักแต่นีโน่ คนขี้เหงา&#8221;</p>
<p>&#8220;&#8230;&#8230;..อย่ารู้มันเลยเรื่องดีๆน่ะ&#8221;</p>
<p>&#8220;โอเคๆ  ขอโทษที&#8230; เมื่อกี๊ว่าไงนะ เรื่องรายงานนีโน่&#8221;</p>
<p>&#8220;ลูกาโน่&#8221;</p>
<p>&#8220;อ่อ&#8230;.เออ&#8221;</p>
<p>&#8220;สรุปให้ฟังเลยแล้วกัน  สมมุติว่าใครคนหนึ่งที่มั่งคั่งได้จากการค้าในโลกเสรี(แต่ไม่เสรีจริงอย่างที่เราๆรู้กันอยู่)ภายใต้ระบบทุนนิยมที่รุนแรงในยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร  แล้วเขาเกิดหวั่นใจขึ้นมาว่าท้ายที่สุดระบบนี้อาจล่มสลายไปเหมือนกับลัทธิคอมมิวนิสต์ หรือมาร์กซิสต์เคยเป็นมา เขาคนนั้นจึงหาวิธีศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้คำที่ตอบว่า ทำอย่างไร ทุนนิยม จะอยู่รอดต่อไปได้ตลอดศตวรรษนี้&#8230;.และดันได้คำตอบนั้นขึ้นมา  อยากรู้มั๊ย ว่าคำตอบนั้นคืออะไร&#8221;</p>
<p>&#8220;ลดจำนวนประชากรไง&#8221;</p>
<p>&#8220;รู้ได้ไง&#8221;</p>
<p>&#8220;ก็เมื่อกี้เพิ่งบองไป ว่าเป็นแผนอันชั่วร้ายของทุนนิยม&#8221;</p>
<p>&#8220;เหลือเชื่อว่าจำได้&#8221;</p>
<p>&#8220;ถึงไม่ฉลาดแต่ความจำดีนะ&#8230;&#8230; แต่ เอ&#8230;มีวิธีเดียวเหรอที่จะช่วยให้ทุนนิยมอยู่รอดได้&#8221;</p>
<p>&#8220;ตามรายงาน มีสามส่วนประกอบสำคัญที่เป็นภัยต่อทุนนิยมคือ หนึ่ง พฤติกรรมการบริโภค สองคือ เทคโนโลยี และสามคือจำนวนประชากร  ซึ่งตามหลักสามส่วนนี้แหละที่เป็นส่วนค้ำจุนทุนนิยมมาตลอด  แต่ท้ายสุดกลับกลายเป็นตัวทำลายทุนนิยมเสียเอง&#8221;</p>
<p>&#8220;ยังไง&#8221;</p>
<p>&#8220;ทรัพยากรหมดโลกไง  เหตุนี้ภายใต้ปัจจัยทั้งสามที่กล่าวมาทำให้มนุษย์ชาติอดตาย  นำไปสู่กลียุค ผู้คนจะเข่นฆ่าปล้นสะดม นำไปสู่หายนะของระบบการค้าเสรี &#8220;</p>
<p>&#8220;แล้วเทคโนโลยีมาเกี่ยวอะไรด้วย&#8221;</p>
<p>&#8220;เป็นตัวเร่งการผลิตเพื่อตอบสนองพฤติกรรมการบริโภคอย่างสุดขีด  สองข้อแรกนี่เขาจงใจไม่แก้  เพราะขัดกับหลักการของทุนนิยม  ที่หวังผลทางการค้าสูงสุด เน้นการจับจ่ายใช้สอย ต้องสร้างสิ่งของผลาญทรัพยาการมาหลอกขายคนให้ถึงที่สุด จำนวนประชากรที่มากเกินไปเลยเป็นแพะรับบาป&#8221;</p>
<p>&#8220;แล้วประชาการกลุ่มไหนต้องถูกกำจัด  ในเมื่อผู้ซื้อคือลูกค้าคนสำคัญของทุนนิยม&#8221;  ผมถามอย่างอดสงสัยไม่ได้</p>
<p>&#8220;กลุ่มที่เป็นผู้ซื้อก็ไม่ได้เพราะยากจนและ และกลุ่มที่ก็ไม่สามารถเป็นผู้ผลิตได้เพราะขาดแคลนเทคโนโลยีหรือทรัพยากร&#8221;</p>
<p>&#8220;น่ากลัวดีนะ  แล้วกระบวนการกำจัดล่ะ มีวิธียังไง&#8221;</p>
<p>&#8220;ไปหาอ่านเอาเอง&#8230; มีเยอะไอ้วิธีการชั่วๆนี่  ที่แน่ๆการทำให้ตายโดยธรรมชาติและการทำให้ไม่ได้เกิดกันอย่างสะดวกโยธินนี่แหละช่วยได้เยอะเลย&#8221;</p>
<p>&#8220;การทำให้อยู่ยากอยู่ลำบากก็เป็นหนึ่งในนั้นใช่ไหม&#8221;</p>
<p>&#8220;บอกแล้วไง  แผนมันแยบยล&#8221;</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<p>ผมมองการประคองชีวิตในปัจจุบันให้เป็นไปอย่างราบรื่นเป็นเรื่องไม่ง่าย เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่ามีภัยใดๆแฝงมาในชีวิตประจำวัน เราอยู่ในปัจจุบัน ภายใต้บริบทของปัจจุบัน</p>
<p>ผมอดแปลกใจไม่ได้ทำไมคนรุ่นก่อนถึงมีลูกกันได้แปดเก้าคนก็ยังเลี้ยงดูกันได้สบายๆ มายุคนี้ เพียงคนเดียวก็แทบจะต้องคิดแล้วคิดอีกกันให้ถี่ถ้วน ว่าจะเลี้ยงดูกันยังไง ให้รอดผ่านสังคมอันลดเลี้ยวเชี่ยวกราก  จนยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง</p>
<p>หรือแผนการต่ออายุทุนนิยมจะเริ่มเห็นผลประจักษ์กันบ้างแล้ว  </p>
<p>ไม่ทันได้จะร่ำลาตุ้มกลับบ้าน  เผลอแป๊บเดียว  เพื่อนตุ้มก็เดินดุ่มๆ ผ่านทุ่งไปจนสุดกอไผ่ริมน้ำ แทงหน่อบงหวาน สองกอใหญ่ที่แทบไม่ตัดแต่งกิ่งสางกออันรกเรื้อ  ได้หน่อไม้เล็กๆมาถุงใหญ่ให้ผมกลับบ้าน</p>
<p>&#8220;หน่อบงหวาน กินดิบไม่ขม ลองซะ&#8221;</p>
<p>&#8220;ตุ้ม..คุณดูไม่เดือดร้อนกับภัยของทุนนิยมตามที่เล่ามาเลยนะ&#8221;  ผมมักงงในพฤติการณ์เพื่อนคนนี้เสมอ</p>
<p>&#8220;เราอาจไม่อยู่ในกลุ่มผู้ที่มีกำลังซื้อสูงก็จริง แต่เรายังอยู่ในกลุ่มผู้มั่งคั่งใน&#8221;ชีโวโลยี&#8221; และทรัพยากรอาหารนะเพื่อน&#8221;</p>
<p>&#8220;อะไรนะ..ชีโวโลยี&#8221;</p>
<p>&#8220;หึๆๆ  ทฤษฎีใหม่ของเราเอง  &#8220;กระบวนชีวิต&#8221; น่ะ รู้จักมั๊ย&#8221;</p>
<p>&#8220;ภาษาวิบัตินะ นั่นน่ะ&#8221;</p>
<p>&#8220;ชั่งหัวมันสิ&#8221;</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suppapong.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suppapong.wordpress.com/269/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suppapong.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suppapong.wordpress.com/269/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suppapong.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suppapong.wordpress.com/269/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suppapong.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suppapong.wordpress.com/269/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suppapong.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suppapong.wordpress.com/269/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suppapong.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suppapong.wordpress.com/269/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suppapong.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suppapong.wordpress.com/269/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=269&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/07/%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">tumtump</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>บ้านในนิยามของตุ้ม</title>
		<link>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/06/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/06/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 06 Sep 2010 06:31:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>tumtump</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://suppapong.wordpress.com/?p=267</guid>
		<description><![CDATA[20 ในยุคสมัยแห่งทุนนิยม(สามานย์)นิยามของบ้าน ไม่ต่างอะไรกับ &#8220;วิหารอันศักดิ์สิทธิ์&#8221; ของมนุษย์(ใครบางคนว่าไว้) เราทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ยอมได้แม้บางทีจะต้องแลกมาด้วยการทุจริตในหน้าที่การงาน ยอมพันธนาการตัวเองใว้กับดอกเบี้ยธนาคารไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าปี ปล่อยให้ดอกเบี้ยวิ่งแซงเงินต้นไปไกลลับตา ยอมเผาความฝันวัยเยาว์ต่างๆนานาที่อยากจะทำทิ้งไปพร้อมๆกับเวลาปีแล้วปีเล่า &#8220;ยี่สิบห้าปีนี่พอๆกับต้นไม้ต้นหนึ่งเติบโตจนตัดมาสร้างบ้านได้เชียวนะ&#8221; เสียงของใครคนหนึ่งพึมพำออกมาอย่างเสียดาย ใช่&#8230;เสียงของเพื่อนตุ้ม &#8220;คุณกำลังจะบอกอะไรผมรึตุ้ม&#8221; &#8220;ทาวน์เฮาส์สองชั้นราคาสองล้านห้า เขาตั้งข้อแม้ให้นายผ่อนได้แค่สามสิบเปอร์เซนต์ของเงินเดือน นายคงผ่อนหมดตอนใกล้จะลงโลงพอดี&#8221; &#8220;คุณพูดแทงใจดำจี๊ดเลย&#8221; &#8220;บ้านน่ะมีใว้อยู่ ไม่ได้มีไว้อวด ทำงานชั่วชีวิตเพื่อจะมีแค่บ้านในกรุงเทพสักหลัง มันเท่ห์นะ&#8221; &#8220;มาปรึกษาไม่ได้มาให้แดก&#8230;&#8221; &#8220;หยุดงานสักปี หาที่สักไร่ เอาเงินเก็บนิดหน่อย มาซื้ออิฐซื้อปูนซื้อไม้ แล้วค่อยๆสร้างเอง ทำงานทุกวันเหมือนคนเมือง แปดชั่วโมงต่อวัน ขี้คร้าน ปีเดียวได้อยู่&#8221; &#8220;คงได้หลังเล็ก กระจอกน่าดู&#8221; &#8220;ได้อิสรภาพยี่สิบสี่ปีที่เหลือคืนมา คุ้มนะ เอาเวลาไปทำอะไรดีๆได้อีกเยอะแยะ บ้านไม่เท่ห์ แต่คนเท่ห์ เอามั๊ย&#8221; &#8220;สร้างบ้านเองงานหนักนะ ความรู้ก็ไม่มี ถล่มขึ้นมาทำไง&#8221; &#8220;นกกระจาบตัวเดียวยังสร้างเองได้ สวยด้วย &#8220; &#8220;มันไม่เหมือนกัน พวกนั้นอกจากไข่ปุ๊บ รู้เลยว่าต้องอ้าปากขอของกิน โตหน่อยก็รู้ว่าต้องบิน ต้องสร้างรัง&#8221; &#8220;โห&#8230;อุตสาห์ยืนหลังตรง มีสมองโตใว้คิด มีปากใว้ถาม มีมือใว้ใช้หยิบจับ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=267&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>20  </p>
<p>ในยุคสมัยแห่งทุนนิยม(สามานย์)นิยามของบ้าน ไม่ต่างอะไรกับ &#8220;วิหารอันศักดิ์สิทธิ์&#8221; ของมนุษย์(ใครบางคนว่าไว้) เราทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ยอมได้แม้บางทีจะต้องแลกมาด้วยการทุจริตในหน้าที่การงาน  ยอมพันธนาการตัวเองใว้กับดอกเบี้ยธนาคารไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าปี ปล่อยให้ดอกเบี้ยวิ่งแซงเงินต้นไปไกลลับตา  ยอมเผาความฝันวัยเยาว์ต่างๆนานาที่อยากจะทำทิ้งไปพร้อมๆกับเวลาปีแล้วปีเล่า</p>
<p>&#8220;ยี่สิบห้าปีนี่พอๆกับต้นไม้ต้นหนึ่งเติบโตจนตัดมาสร้างบ้านได้เชียวนะ&#8221;   เสียงของใครคนหนึ่งพึมพำออกมาอย่างเสียดาย</p>
<p>ใช่&#8230;เสียงของเพื่อนตุ้ม</p>
<p>&#8220;คุณกำลังจะบอกอะไรผมรึตุ้ม&#8221;</p>
<p>&#8220;ทาวน์เฮาส์สองชั้นราคาสองล้านห้า เขาตั้งข้อแม้ให้นายผ่อนได้แค่สามสิบเปอร์เซนต์ของเงินเดือน นายคงผ่อนหมดตอนใกล้จะลงโลงพอดี&#8221;</p>
<p>&#8220;คุณพูดแทงใจดำจี๊ดเลย&#8221;</p>
<p>&#8220;บ้านน่ะมีใว้อยู่ ไม่ได้มีไว้อวด  ทำงานชั่วชีวิตเพื่อจะมีแค่บ้านในกรุงเทพสักหลัง มันเท่ห์นะ&#8221; </p>
<p>&#8220;มาปรึกษาไม่ได้มาให้แดก&#8230;&#8221;</p>
<p>&#8220;หยุดงานสักปี  หาที่สักไร่ เอาเงินเก็บนิดหน่อย มาซื้ออิฐซื้อปูนซื้อไม้ แล้วค่อยๆสร้างเอง  ทำงานทุกวันเหมือนคนเมือง แปดชั่วโมงต่อวัน ขี้คร้าน  ปีเดียวได้อยู่&#8221;</p>
<p>&#8220;คงได้หลังเล็ก  กระจอกน่าดู&#8221;</p>
<p>&#8220;ได้อิสรภาพยี่สิบสี่ปีที่เหลือคืนมา  คุ้มนะ เอาเวลาไปทำอะไรดีๆได้อีกเยอะแยะ บ้านไม่เท่ห์ แต่คนเท่ห์ เอามั๊ย&#8221;</p>
<p>&#8220;สร้างบ้านเองงานหนักนะ ความรู้ก็ไม่มี ถล่มขึ้นมาทำไง&#8221;</p>
<p>&#8220;นกกระจาบตัวเดียวยังสร้างเองได้ สวยด้วย &#8220;</p>
<p>&#8220;มันไม่เหมือนกัน พวกนั้นอกจากไข่ปุ๊บ รู้เลยว่าต้องอ้าปากขอของกิน โตหน่อยก็รู้ว่าต้องบิน ต้องสร้างรัง&#8221;</p>
<p>&#8220;โห&#8230;อุตสาห์ยืนหลังตรง มีสมองโตใว้คิด มีปากใว้ถาม  มีมือใว้ใช้หยิบจับ  ไม่อายนกเหรอ ที่มีแค่ปากก็คาบฟางมาสร้างบ้านได้&#8221;</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>ตุ้มเหมือนพูดไปเรื่อย เล่นแกว่งปากกวนบาทากันไปวันๆ แต่หากหยุดคำพูดบางประโยคของตุ้มไว้แล้วเอากลับไปคิดต่อ  มักจะได้เรื่องเสมอ  เช่น&#8230;.</p>
<p>&#8220;หยุดงานสักปี&#8230;..ได้อิสรภาพยี่สิบสี่ปีที่เหลือคืนมา&#8221;</p>
<p>คนเราหมกมุ่นทำงานเพื่อเงินและเพื่อให้คนอื่นร่ำรวย(และมีบ้านหลังใหญ่โดยไม้ต้องเป็นหนี้) เผาเวลาไปวันต่อวัน ท้ายสุดในชีวิตใยมิได้มาแค่บ้านหลังนึงที่ใหม่วันนี้และจะเก่าในวันหน้า  เดือนแล้วเดือนเล่ากับใบเสร็จชำระค่างวดและยอดคงเหลือที่ดูแล้วไม่ลดลงเท่าไหร่(เพราะอาจจะเป็นต้นสองพันและดอกห้าพัน) ปีแล้วปีเล่าที่ไม่อยากจะนับถอยหลัง เพราะมันช่างห่างไกลเหลือเกิน  จนวันนึงก็เลยหลงลืมเรื่องบ้านนี้เป็นของตนไปเสียสิ้น </p>
<p>ตุ้ม&#8230;ตัวตลกร้ายบอกให้คิดเสียใหม่ว่า &#8220;บ้านเป็นของธนาคารและเราก็เป็นผู้เช่าอยู่ระยะยาว โดยมีโปรโมชั่นดีๆว่าเช่ายี่สิบห้าปี เอาบ้านหลังนี้ไปเลย&#8221;  </p>
<p>ดูมัน&#8230;</p>
<p>คงจะดีไม่น้อยหากสามารถหยิบเอาแนวคิดที่ว่า สร้างบ้านเองเพื่ออิสรภาพอีกยี่สิบสี่ปีที่ต้องเสียไป กับตัวดูดฝันหรือวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ และแปลงยี่สิบสี่ปีนั้น เปลี่ยนกล้าไม้น้อยๆเป็นต้นไม้ใหญ่ ใยมิใช่การแก้เกมที่สมน้ำสมเนื้อ ไม่น่าเชื่อว่าการจะเป็นยาจกหรือคหบดีผู้มั่งคั่งจะถูกกั้นใว้ด้วยเส้นบางๆทางความคิด และสองมือของการลงแรงกระทำบางอย่างให้ถูกวิธี</p>
<p>ใช่&#8230;วิธีของคนจน และชนชั้นกลาง คนรวยไม่เกี่ยว(แต่ก็เอี่ยวได้)</p>
<p>แม้ผมจะไม่ค่อยแน่ใจในทฤษฎีเพี้ยนๆอันใหม่และการไขข้อกังวลใจด้วยเศรษฐศาตร์แบบตุ้ม ผมก็แอบคิดว่ามันมีเค้าลางของความเป็นไปได้ไม่น้อยเลยที่เดียว</p>
<p>ผมถามตุ้มว่า แล้วบ้านของตุ้มเป็นอย่างไร?</p>
<p>ตุ้มบอกว่า &#8220;เป็นบ้านที่เล็กอย่างยิ่ง และสร้างด้วยเงินสดแสนเดียว&#8221;</p>
<p>&#8230;&#8230;.บ้านหลังเล็ก ท่ามกลางแมกไม้อันร่มรื่น&#8230;ทีปลูกด้วยตัวเอง&#8230;&#8230;&#8230;.</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/suppapong.wordpress.com/267/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/suppapong.wordpress.com/267/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/suppapong.wordpress.com/267/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/suppapong.wordpress.com/267/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/suppapong.wordpress.com/267/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/suppapong.wordpress.com/267/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/suppapong.wordpress.com/267/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/suppapong.wordpress.com/267/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/suppapong.wordpress.com/267/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/suppapong.wordpress.com/267/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/suppapong.wordpress.com/267/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/suppapong.wordpress.com/267/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/suppapong.wordpress.com/267/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/suppapong.wordpress.com/267/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=suppapong.wordpress.com&amp;blog=1515829&amp;post=267&amp;subd=suppapong&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://suppapong.wordpress.com/2010/09/06/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">tumtump</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
